<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>C&amp;S Rish1</title>
	<atom:link href="https://csrich1.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://csrich1.com</link>
	<description>บริการรับจด อย. และใบอนุญาตประกอบธุรกิจครบวงจร (One Stop Service) ดูแลคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 06:14:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/FAV.png</url>
	<title>C&amp;S Rish1</title>
	<link>https://csrich1.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จด อย อาหารเสริม ทำอย่างไร? คู่มือขั้นตอนสำหรับผู้ประกอบการใหม่</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-food-supplement-registration-steps/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย. อาหารเสริม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/fda-food-supplement-registration-steps/</guid>

					<description><![CDATA[จด อย. อาหารเสริม ต้องเตรียมเอกสาร ยื่นผ่าน E-submission และรอพิจารณา 30-180 วัน รวมขั้นตอนครบจบ พร้อมช่องทางออนไลน์และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การจด อย. อาหารเสริม เริ่มจากเตรียมสูตรสินค้า และข้อมูลส่วนประกอบ เลือกโรงงานที่มีมาตรฐาน จากนั้นออกแบบฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วรวบรวมเอกสารต่าง ๆ เพื่อยื่นขอเลข อย. กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อผ่านการอนุมัติจึงสามารถวางขายสินค้าได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>บทความนี้รวบรวมขั้นตอนการจด อย. อาหารเสริมแบบครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดประเภทผลิตภัณฑ์ เตรียมเอกสาร ส่งทดสอบแล็บ จนถึงการยื่นคำขอผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการใหม่ต้องรู้ก่อนเริ่มต้น</p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">จด อย. อาหารเสริม คืออะไร และกฎหมายบังคับหรือเปล่า?</h2>
<p><strong>ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplement)</strong> คือ ผลิตภัณฑ์ที่ให้สารอาหารเพิ่มเติมนอกเหนือจากอาหารปกติ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพรสกัด หรือกรดอะมิโน ในไทยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อยู่ภายใต้การกำกับของ <strong>พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522</strong> และต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนจำหน่าย</p>
<p>กฎหมายบังคับชัดเจนว่าห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารเสริมที่ยังไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน หรือแจ้งรายละเอียดกับ อย. โทษสูงสุด คือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังถูกสั่งยึดและทำลายสินค้าทั้งหมด</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/alternative-medicine-vitamin-supplements-from-natural-herbs-2-scaled.jpg" alt="ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร" /></p>
<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">อาหารเสริมในไทยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ (1) อาหารควบคุมเฉพาะ ซึ่งต้องขอเลข อย. เต็มกระบวนการ และ (2) อาหารทั่วไป ซึ่งแจ้งรายละเอียดแบบ อย.3 ใช้เวลาน้อยกว่า การรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณอยู่กลุ่มไหนช่วยประหยัดเวลาได้มาก</p>
</div>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนการจด อย. อาหารเสริม มีกี่ขั้นและต้องทำอะไรบ้าง?</h2>
<p>กระบวนการ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/" rel="noopener"><strong>จด อย. อาหารเสริม</strong></a><a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/" rel="noopener">มี</a>ทั้งหมด 5 ขั้นตอนหลัก แต่ละขั้นมีรายละเอียดที่ต้องเตรียมต่างกัน ถ้าเข้าใจภาพรวมทั้งหมดก่อน จะวางแผนได้ดีขึ้นและไม่ต้องรีบเร่งในช่วงท้าย ผู้ประกอบการหลายรายที่มาหาเราหลังจากติดขัดในขั้นตอนใดขั้นหนึ่งมักบอกว่า &quot;รู้แบบนี้ตั้งแต่ต้นก็ดี&quot;</p>
<h4>1. จัดประเภทผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องก่อนเริ่ม</h4>
<p>ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดแต่หลายคนข้ามไป อาหารเสริมไม่ได้มีประเภทเดียว อย. แบ่งออกเป็นหลายหมวด เช่น</p>
<ul>
<li> วิตามิน </li>
<li>เกลือแร่ </li>
<li>สมุนไพร </li>
<li>โปรตีน </li>
<li>กรดอะมิโน </li>
<li>โปรไบโอติก </li>
</ul>
<p>แต่ละหมวดมีเงื่อนไขการขออนุญาตที่ต่างกัน และการเข้าข่ายเป็น &quot;ยา&quot; แทนที่จะเป็น &quot;อาหารเสริม&quot; จะทำให้กระบวนการยากขึ้นหลายเท่า</p>
<p>คือ ดูจากส่วนผสมหลัก และสรรพคุณที่ระบุบนฉลาก ถ้าผลิตภัณฑ์อ้างสรรพคุณรักษาโรค หรือบรรเทาอาการ จะถูกพิจารณาเป็น &quot;ยา&quot; ไม่ใช่อาหารเสริม ถ้าไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการต่อ เพราะการจัดประเภทผิดตั้งแต่ต้นทำให้ต้องยื่นใหม่ทั้งหมด</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/young-adult-reviewing-documents-data-remote-work-2-scaled.jpg" alt="เตรียมเอกสารให้ครบตามที่ อย. กำหนด" /></p>
<h4>2. เตรียมเอกสารให้ครบตามที่ อย. กำหนด</h4>
<p>เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประกอบด้วยหลายชุด โดยทั่วไปมีดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong>หนังสือรับรองบริษัท</strong> อายุไม่เกิน 6 เดือน</li>
<li><strong>ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือจัดจำหน่าย</strong> แล้วแต่รูปแบบธุรกิจ</li>
<li><strong>สูตรส่วนผสมครบทุกรายการ</strong> พร้อมปริมาณที่ชัดเจน</li>
<li><strong>ผลการทดสอบจากห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง</strong> ได้แก่ ผลวิเคราะห์ทางโภชนาการ ผลทดสอบจุลชีววิทยา และผลทดสอบความปลอดภัย</li>
<li><strong>ตัวอย่างฉลากและบรรจุภัณฑ์</strong> ทั้งภาษาไทยและภาษาต้นทาง (กรณีนำเข้า)</li>
<li><strong>Certificate of Analysis (COA) และ Certificate of Free Sale (CFS)</strong> สำหรับสินค้านำเข้า</li>
</ul>
<h4>3. ส่งตัวอย่างทดสอบในห้องแล็บที่ได้รับรอง</h4>
<p>ก่อนยื่นคำขอ ต้องส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปทดสอบในห้องแล็บที่ อย. รับรองก่อน ผลการทดสอบที่ต้องมีสำหรับอาหารเสริม ได้แก่ </p>
<ul>
<li>การวิเคราะห์ทางโภชนาการ (Nutritional Analysis) </li>
<li>การทดสอบจุลชีววิทยา (Microbiological Test) </li>
<li>ความปลอดภัยของส่วนผสม</li>
</ul>
<p>จุดที่หลายคนพลาด คือการส่งทดสอบช้าเกินไป เพราะผลแล็บใช้เวลา 2-8 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ ควรส่งทดสอบตั้งแต่เนิ่น ๆ ในขณะที่กำลังเตรียมเอกสารส่วนอื่นไปพร้อมกัน จะช่วยย่นเวลาโดยรวมได้มาก</p>
<h4>4. ยื่นคำขอผ่านระบบ E-submission ของ อย.</h4>
<p>ปัจจุบัน อย. ให้ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์เป็นหลักผ่าน <strong>Privus (ระบบ e-Submission)</strong> ที่ <a href="https://privus.fda.moph.go.th/" rel="noopener" target="_blank">privus.fda.moph.go.th</a> ก่อนยื่นต้องลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งานระบบก่อน แล้วเลือกประเภทคำขอที่ตรงกับผลิตภัณฑ์</p>
<ul>
<li>ลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งาน → ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน</li>
<li>เลือกประเภทคำขอ (อาหาร → ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)</li>
<li>กรอกข้อมูลผลิตภัณฑ์และแนบเอกสารทุกรายการ</li>
<li>ชำระค่าธรรมเนียม (ทำออนไลน์ได้)</li>
<li>รอ อย. ตรวจสอบและแจ้งผล</li>
</ul>
<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไฟล์เอกสารทุกรายการอยู่ในรูปแบบ PDF ที่ชัดเจน ขนาดไฟล์ไม่เกินที่ระบบกำหนด และชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษ เพราะระบบ Privus มักปฏิเสธไฟล์ที่ชื่อเป็นภาษาไทย หรือมีอักขระพิเศษ</p>
</div>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/business-men-talk-2-scaled.jpg" alt="รอการพิจารณาและรับเลข อย." /></p>
<h4>5. รอการพิจารณาและรับเลข อย.</h4>
<p>หลังยื่นครบ เจ้าหน้าที่ อย. จะตรวจสอบเอกสาร และอาจแจ้งให้ส่งข้อมูลเพิ่มเติม ถ้าเอกสารครบ ถูกต้อง จะได้รับเลข อย. ผ่านระบบ E-submission โดยตรง หลังจากนั้นจึงพิมพ์ฉลากจริงที่มีเลข อย. กำกับและเริ่มจำหน่ายได้</p>
<p>ระหว่างรอผลควรติดตามสถานะคำขอในระบบ Privus สม่ำเสมอ เพราะถ้า อย. แจ้งให้ส่งเอกสารเพิ่ม และไม่ตอบภายในเวลาที่กำหนด คำขออาจถูกยกเลิกและต้องยื่นใหม่</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ช่องทางออนไลน์ยื่นคำขอ อย. มีช่องทางไหนบ้าง?</h2>
<p>อย. เปิดช่องทางออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการไว้หลายระบบ แต่ละระบบรองรับประเภทผลิตภัณฑ์ และคำขอที่ต่างกัน การเลือกระบบให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยลดเวลาที่ต้องเสียไปกับการยื่นผิดช่องทาง</p>
<ul>
<li><strong>Privus (</strong><a href="https://privus.fda.moph.go.th/" rel="noopener" target="_blank"><strong>privus.fda.moph.go.th</strong></a><strong>)</strong> &#8211; ระบบ E-submission หลักสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร ใช้สำหรับขอเลข อย. อาหารเสริม แจ้งรายละเอียดอาหาร และยื่นคำขอต่าง ๆ เกี่ยวกับอาหาร</li>
<li><strong>เว็บไซต์ อย. (</strong><a href="http://fda.moph.go.th/" rel="noopener" target="_blank"><strong>fda.moph.go.th</strong></a><strong>)</strong> &#8211; แหล่งข้อมูลแบบฟอร์ม ประกาศ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงลิงก์เข้าระบบต่าง ๆ</li>
<li><strong>Oryor Smart Application</strong> &#8211; แอปพลิเคชันมือถือของ อย. สำหรับตรวจสอบเลข อย. และสถานะผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ระบบยื่นคำขอ แต่ช่วยในการตรวจสอบข้อมูลระหว่างกระบวนการ</li>
</ul>
<p>สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นครั้งแรก และไม่คุ้นเคยกับระบบ Privus ควรเข้าร่วมอบรมที่ อย. จัดขึ้นเป็นระยะ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญระบบก่อนยื่นจริง เพราะข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูลในระบบอาจทำให้คำขอถูกส่งคืนได้</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการจด อย. อาหารเสริม</h2>
<p>ก่อนวางแผนธุรกิจ ต้องเข้าใจก่อนว่า <strong>ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์</strong> ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกกรณี ผู้ประกอบการหลายรายเข้าใจผิดว่าจด อย. ใช้เวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ แล้วพบว่าจริง ๆ ต้องรอนานกว่านั้นมาก</p>
<h4>ระยะเวลาโดยประมาณ</h4>
<p>หากเป็นสูตรทั่วไปและเอกสารถูกต้องตั้งแต่แรก มักอนุมัติได้ค่อนข้างเร็ว แต่ถ้ามีการใช้สารใหม่ สูตรซับซ้อน หรือฉลากไม่ถูกต้อง อาจใช้เวลาตรวจสอบเพิ่มเติมและทำให้ระยะเวลานานขึ้นได้ </p>
<table style="width:100%; border-collapse:collapse;">
<thead>
<tr>
<th scope="col">ประเภทผลิตภัณฑ์</th>
<th scope="col">ระยะเวลาพิจารณา</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>อาหารทั่วไป (แจ้งรายละเอียด)</td>
<td>30-60 วัน</td>
</tr>
<tr>
<td>ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ขออนุมัติ)</td>
<td>90-180 วัน</td>
</tr>
<tr>
<td>อาหารควบคุมเฉพาะ</td>
<td>3-6 เดือน</td>
</tr>
<tr>
<td>กรณีต้องแก้ไขเอกสาร</td>
<td>บวกเพิ่มทุกรอบที่แก้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4>ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม</h4>
<p>ค่าใช้จ่ายในการจด อย. อาหารเสริมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ค่าธรรมเนียมรัฐ และค่าใช้จ่ายเตรียมการ</p>
<ul>
<li><strong>ค่าธรรมเนียมรัฐ:</strong> ประมาณ 500-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทคำขอ</li>
<li><strong>ค่าทดสอบแล็บ:</strong> 5,000-30,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนและประเภทการทดสอบ</li>
<li><strong>ค่าที่ปรึกษา (ถ้าใช้):</strong> ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและความซับซ้อนของสินค้า</li>
</ul>
<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมองข้ามการเผื่อค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขคำขอและการยื่นเอกสารใหม่ในแผนงบประมาณ หากคำขอถูกตีกลับและต้องดำเนินการยื่นซ้ำ อาจมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายด้านห้องปฏิบัติการบางส่วนที่ต้องชำระเพิ่มเติมอีกครั้ง
</p>
</div>
<p>สามารถดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-guide/" rel="noopener">ค่าใช้จ่ายจด อย. 2026 เตรียมงบเท่าไหร่?</a></p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>
<p>การ<strong>จด อย. อาหารเสริม</strong>ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเกินไปถ้าเตรียมตัวถูกต้องตั้งแต่แรก ขั้นตอนหลักมี 5 ขั้น เริ่มจากการจัดประเภทผลิตภัณฑ์ให้ถูก เตรียมเอกสารให้ครบ ส่งทดสอบแล็บล่วงหน้า ยื่นผ่านระบบ Privus และติดตามสถานะจนได้เลข อย.</p>
<p>สิ่งที่ทำให้กระบวนการล่าช้าในส่วนใหญ่ คือการเตรียมเอกสารไม่ครบ จัดประเภทผิด หรือทดสอบแล็บช้าเกินไป ถ้าวางแผนให้ดีตั้งแต่ก่อนเริ่มยื่น โอกาสที่จะได้เลข อย. ในรอบแรกโดยไม่ต้องยื่นซ้ำจะสูงขึ้นมาก อ่านเพิ่มเติมเรื่องสาเหตุที่ทำให้จด อย. ไม่ผ่านได้ที่ <a href="https://csrich1.com/blog/fda-registration-rejected-common-problems/" rel="noopener">ทำไมจด อย. ไม่ผ่าน? 6 ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ก่อนยื่น</a></p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>
<section class="decr-faq">
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q1: อาหารเสริมทุกประเภทต้องจด อย. หรือเปล่า?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ใช่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดที่จำหน่ายในไทยต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้งรายละเอียดกับ อย. ก่อนวางจำหน่าย แม้จะผลิตเพื่อขายออนไลน์ในปริมาณน้อยก็ตาม ยกเว้นเฉพาะสินค้าที่ผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือนและไม่นำออกจำหน่าย</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q2: สามารถยื่นจด อย. อาหารเสริมด้วยตัวเองได้ไหม?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ได้ ผู้ประกอบการยื่นเองผ่านระบบ Privus ได้โดยตรง แต่ต้องเรียนรู้ระบบและข้อกำหนดเอกสารของแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อน ถ้าสินค้าซับซ้อนหรือยื่นครั้งแรก การใช้ที่ปรึกษาช่วยลดความเสี่ยงที่จะยื่นผิดและเสียเวลา</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q3: จด อย. อาหารเสริมนำเข้าต่างจากอาหารเสริมที่ผลิตในไทยอย่างไร?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: กระบวนการหลักเหมือนกัน แต่สินค้านำเข้าต้องมีเอกสารเพิ่มเติมจากประเทศผู้ผลิต ได้แก่ COA, CFS และเอกสารรับรองโรงงาน บางผลิตภัณฑ์ต้องส่งตัวอย่างทดสอบในห้องแล็บไทยเพิ่มเติมด้วย</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q4: ถ้าเลข อย. อาหารเสริมหมดอายุ ต้องทำอย่างไร?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: เลข อย. ของผลิตภัณฑ์อาหารโดยทั่วไปไม่หมดอายุ แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงสูตร ฉลาก หรือผู้ผลิต ต้องยื่นขอแก้ไขหรือยื่นใหม่ตามประเภทของการเปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นใบอนุญาตสถานประกอบการที่หมดอายุ ต้องต่ออายุก่อนจะจำหน่ายต่อได้</p>
</div>
</div>
<div class="decr-faq__item">
<p class="decr-faq__question"><strong>Q5: ขั้นตอนจด อย. อาหารเสริมสำหรับ SME กับบริษัทใหญ่ต่างกันไหม?</strong></p>
<div class="decr-faq__answer">
<p>A: ขั้นตอนและเอกสารเหมือนกัน อย. ไม่มีมาตรฐานที่แตกต่างตามขนาดธุรกิจ แต่บริษัทขนาดเล็กหรือผู้ประกอบการรายใหม่มักเจอปัญหาเอกสารไม่ครบหรือจัดประเภทสินค้าผิดมากกว่า เพราะขาดประสบการณ์กับกระบวนการของ อย.</p>
</div>
</div>
</section>
<hr />
<p>ถ้าคุณกำลังวางแผน<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/" rel="noopener">จด อย. อาหารเสริม </a>และยังไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เข้าข่ายประเภทไหน หรือเอกสารชุดไหนที่ต้องใช้ ทีมที่ปรึกษา <a href="https://csrich1.com/" rel="noopener">C&amp;S Rich1 </a>ช่วยตรวจสอบความพร้อมก่อนยื่นได้เลย เราดูแลเคสจด อย. อาหารเสริมมาแล้วมากกว่า 500 ราย ทั้งสินค้าผลิตในไทยและนำเข้า</p>
<p>สามารถดูบริการอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/" rel="noopener">บริการรับจด อย.</a></p>
<hr />
<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779" rel="noopener">064-560-7779</a></p>
<p>💬 Line: @cs0645607779</p>
<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com" rel="noopener">csrich188@gmail.com</a></p>
<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr=#" rel="noopener" target="_blank">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตัวอย่างข้อความโฆษณาผิดกฎหมาย vs โฆษณาถูกกฎหมาย เปรียบเทียบชัด</title>
		<link>https://csrich1.com/legal-vs-illegal-advertising-examples/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอใบอนุญาตโรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาผิดกฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/legal-vs-illegal-advertising-examples/</guid>

					<description><![CDATA[ตัวอย่างโฆษณาถูกกฎหมายและโฆษณาผิดกฎหมาย อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ คำที่ห้ามใช้เด็ดขาด โทษ และวิธีตรวจสอบก่อนลงโฆษณา]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตัวอย่างโฆษณาผิดกฎหมาย</strong> และโฆษณาถูกกฎหมายมักต่างกันที่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนมองข้ามง่าย เช่น คำว่า &quot;ช่วย&quot; กับ &quot;รักษา&quot; หรือ &quot;บำรุง&quot; กับ &quot;แก้&quot; คำเหล่านี้มีความหมายทางกฎหมายต่างกันมาก และอาจเป็นเส้นแบ่งระหว่างโฆษณาที่ใช้งานได้กับโฆษณาที่โดนปรับ</p>
<p>บทความนี้จะรวบรวมตัวอย่างข้อความโฆษณาจริง ในแต่ละประเภทสินค้า พร้อมตารางเปรียบเทียบว่าแบบไหนถูก แบบไหนผิด คำที่ห้ามใช้เด็ดขาด โทษที่จะได้รับ และวิธีตรวจสอบข้อความโฆษณาของตัวเองก่อนลงจริง</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">โฆษณาทั่วไป ทำไมถึงมีโอกาสผิดกฎหมายได้</h2>
<p>กฎหมายไม่ได้ดูแค่ว่า &quot;ดูปกติหรือเปล่า&quot; แต่ดูที่ &quot;ข้อความนั้นอ้างอะไร&quot; และ &quot;มีหลักฐานรองรับหรือเปล่า&quot;</p>
<p>พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ต่างกำหนดว่าโฆษณาสินค้าในกลุ่มที่ อย. ดูแลต้องได้รับอนุญาตก่อน และข้อความต้องตรงกับที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ถ้าเพิ่มสรรพคุณเองโดยไม่มีหลักฐาน นั่นคือผิดกฎหมายทันที แม้ว่าคู่แข่งจะทำแบบเดียวกันก็ตาม</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/portrait-beautiful-young-asian-woman-beauty-vlogger-making-make-up-looking-camer-scaled.jpg" alt="ผลิตโฆษณาเกินจริง" /></p>
<p>สาเหตุหลักที่ทำให้โฆษณาผิดกฎหมายโดยที่ผู้ประกอบการไม่รู้ตัว มีอยู่ 3 ข้อ:</p>
<ul>
<li>ใช้คำที่มีนัยยะทางการแพทย์โดยไม่มีหลักฐานรองรับ</li>
<li>อ้างสรรพคุณเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตจาก อย.</li>
<li>ไม่ได้ยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาก่อนลงโฆษณาเลย</li>
</ul>
<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">
<p>โฆษณาสินค้าที่ อย. กำกับดูแลทุกชิ้น ต้องได้รับอนุญาตก่อนลงโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ Facebook, รีวิวที่จ้างมา, หรือแม้แต่ป้ายในร้าน ถ้าข้อความยังไม่ได้รับอนุญาต ทุกช่องทางที่ลงถือว่าผิดกฎหมาย</p>
</p>
</div>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ตัวอย่างเปรียบเทียบโฆษณาถูกกฎหมาย vs โฆษณาผิดกฎหมาย</h2>
<p>ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงให้เห็นชัดว่าข้อความที่ดูคล้ายกันมาก แต่ความแตกต่างเล็กน้อยในการเลือกคำส่งผลต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแง่กฎหมาย</p>
<h4>อาหารเสริม</h4>
<p>โฆษณาเกี่ยวกับอาหารเสริมจำเป็นต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมาย ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อความโฆษณาที่ไม่เหมาะสม และข้อความที่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตาม</p>
<table style="width:100%; border-collapse:collapse;">
<thead>
<tr>
<th scope="col"><strong>ข้อความโฆษณาที่ผิดกฎหมาย</strong></th>
<th scope="col"><strong>ข้อความโฆษณาที่ถูกกฎหมาย</strong></th>
<th scope="col"><strong>เหตุผล</strong></th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>รักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือดได้จริง</td>
<td>ช่วยบำรุงร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ</td>
<td>รักษา เป็นนัยยะทางการแพทย์ที่ต้องมีหลักฐานทางคลินิก</td>
</tr>
<tr>
<td>กินแล้วผอม 5 กิโลใน 2 สัปดาห์</td>
<td>ส่วนประกอบที่อาจช่วยสนับสนุนการควบคุมน้ำหนัก</td>
<td>อ้างผลลัพธ์ชัดเจนโดยไม่มีหลักฐานรองรับ</td>
</tr>
<tr>
<td>เพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคได้ 100%</td>
<td>มีวิตามิน C และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน</td>
<td>ข้อความแรกอ้างผลป้องกันโรค ข้อความที่สองอิงตามหน้าที่ทางโภชนาการที่มีหลักฐาน</td>
</tr>
<tr>
<td>แก้ปัญหานอนไม่หลับ หลับสนิททันที</td>
<td>มีสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย</td>
<td>&quot;แก้ปัญหา&quot; และ &quot;ทันที&quot; เป็นการอ้างสรรพคุณเกินจริง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4>เครื่องสำอาง</h4>
<p>การโฆษณาเครื่องสำอางต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อไม่ให้มีการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อความโฆษณาที่ไม่เหมาะสม และข้อความที่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักการโฆษณาเครื่องสำอาง</p>
<table style="width:100%; border-collapse:collapse;">
<thead>
<tr>
<th scope="col"><strong>ข้อความโฆษณาที่ผิดกฎหมาย</strong></th>
<th scope="col"><strong>ข้อความโฆษณาที่ถูกกฎหมาย</strong></th>
<th scope="col"><strong>เหตุผล</strong></th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>รักษาสิวหายถาวร ไม่กลับมาอีก</td>
<td>ช่วยดูแลผิวที่เป็นสิว ลดความมันส่วนเกิน</td>
<td>เครื่องสำอางรักษาโรคไม่ได้ ถ้าอ้างรักษาจะเข้าข่ายยา</td>
</tr>
<tr>
<td>ลบรอยแผลเป็นได้ใน 7 วัน</td>
<td>บำรุงผิวให้ดูเรียบเนียน ลดการมองเห็นของรอยหมองคล้ำ</td>
<td>&quot;ลบรอยแผลเป็น&quot; เป็นสรรพคุณเกินกว่าขอบเขตของเครื่องสำอาง</td>
</tr>
<tr>
<td>กระชับผิว แก้หย่อนคล้อย เหมือนยกหน้า</td>
<td>ให้ความรู้สึกผิวกระชับ มีความชุ่มชื้น</td>
<td>&quot;แก้หย่อนคล้อย&quot; มีนัยยะทางการแพทย์ที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะ</td>
</tr>
<tr>
<td>ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว</td>
<td>สูตร Oil Control ช่วยควบคุมความมันบนผิวหน้า</td>
<td>&quot;ฆ่าเชื้อ&quot; เป็นการอ้างสรรพคุณเชิงยา ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4>เครื่องมือแพทย์</h4>
<p>การโฆษณาเครื่องมือแพทย์ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อความโฆษณาที่ไม่เหมาะสม และข้อความที่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักการโฆษณาเครื่องมือแพทย์</p>
<table style="width:100%; border-collapse:collapse;">
<thead>
<tr>
<th scope="col"><strong>ข้อความโฆษณาที่ผิดกฎหมาย</strong></th>
<th scope="col"><strong>ข้อความโฆษณาที่ถูกกฎหมาย</strong></th>
<th scope="col"><strong>เหตุผล</strong></th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>รักษามะเร็งได้ วิจัยแล้วในญี่ปุ่น</td>
<td>อุปกรณ์ช่วยตรวจวัดสัญญาณชีพ ใช้ในการติดตามสุขภาพ</td>
<td>อ้างรักษาโรคร้ายแรงโดยไม่มีหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบในไทย</td>
</tr>
<tr>
<td>เครื่องนาโน ลดความเจ็บปวดเรื้อรังได้ 100%</td>
<td>อุปกรณ์นวดกล้ามเนื้อ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด</td>
<td>อ้างผลชัดเจนโดยไม่มีหลักฐานรับรองตามมาตรฐาน อย.</td>
</tr>
<tr>
<td>แทนการผ่าตัด ไม่ต้องพบแพทย์</td>
<td>ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งาน ใช้เป็นอุปกรณ์เสริม</td>
<td>ห้ามโฆษณาให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการพบแพทย์</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4>ยา</h4>
<p>การโฆษณายาอยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผลโดยตรงต่อร่างกายและสุขภาพของผู้ใช้  ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อความโฆษณาที่ไม่เหมาะสม และข้อความที่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักการโฆษณายา</p>
<table style="width:100%; border-collapse:collapse;">
<thead>
<tr>
<th scope="col"><strong>ข้อความโฆษณาที่ผิดกฎหมาย</strong></th>
<th scope="col"><strong>ข้อความโฆษณาที่ถูกกฎหมาย</strong></th>
<th scope="col"><strong>เหตุผล</strong></th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>หายไข้ใน 1 ชั่วโมง รับประกัน</td>
<td>ใช้บรรเทาอาการไข้  และปวดศีรษะ ตามคำแนะนำของเภสัชกร</td>
<td>รับประกันผลลัพธ์เฉพาะเจาะจงโดยไม่มีหลักฐาน</td>
</tr>
<tr>
<td>ไม่มีผลข้างเคียง ปลอดภัย 100%</td>
<td>ควรอ่านฉลากก่อนใช้ และปรึกษาเภสัชกรหากมีโรคประจำตัว</td>
<td>ยาทุกชนิดมีความเสี่ยง การอ้างว่าปลอดภัย 100% เป็นความเท็จ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">คำที่ห้ามใช้โดยเด็ดขาดในโฆษณา อย.</h2>
<p>คำเหล่านี้ถ้าปรากฏในโฆษณาสินค้าประเภท อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือยา ถือว่าผิดกฎหมายทันทีในเกือบทุกกรณี เว้นแต่จะเป็นยาที่ได้รับอนุญาตเฉพาะ และมีหลักฐานทางคลินิกรองรับ</p>
<p><strong>คำที่อ้างว่า &quot;รักษา&quot; หรือ &quot;แก้ไข&quot; โรค:</strong></p>
<ul>
<li>รักษา, แก้, หาย, หยุด, ยับยั้ง (ในบริบทของโรคเฉพาะ)</li>
<li>บำบัด, ฟื้นฟู (ในบริบทของโรค)</li>
<li>กำจัด (เชื้อโรค, มะเร็ง, ฯลฯ)</li>
</ul>
<p><strong>คำที่อ้างผลลัพธ์เกินจริงหรือรับประกัน:</strong></p>
<ul>
<li>100%, รับประกัน, แน่นอน, ทันที</li>
<li>ภายใน X วัน / X ชั่วโมง (ถ้าไม่มีหลักฐาน)</li>
<li>ถาวร, ไม่กลับมาอีก</li>
</ul>
<p><strong>คำที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นยา (สำหรับเครื่องสำอาง/อาหารเสริม):</strong></p>
<ul>
<li>ฆ่าเชื้อ, ต้านเชื้อแบคทีเรีย (ถ้าไม่มีการรับรอง)</li>
<li>ลดการอักเสบ, แก้อักเสบ (ในบริบททางการแพทย์)</li>
<li>ป้องกันโรค, ต้านมะเร็ง</li>
</ul>
<p><strong>คำที่อ้างอิงผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีหลักฐาน:</strong></p>
<ul>
<li>แพทย์แนะนำ (ถ้าไม่มีหลักฐาน)</li>
<li>วิจัยพิสูจน์แล้ว (ถ้าไม่มีงานวิจัยจริง)</li>
<li>ใช้ในโรงพยาบาล (ถ้าไม่เป็นความจริง)</li>
</ul>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">คำที่ใช้ได้แต่ต้องระวัง</h2>
<p>คำกลุ่มนี้ไม่ได้ห้ามเสมอไป แต่ใช้ผิดบริบท หรือใช้กับสินค้าผิดประเภทก็ผิดได้เช่นกัน ต้องดูว่าสินค้านั้นมีหลักฐานรองรับสรรพคุณนั้นหรือเปล่า และข้อความที่ขอใบอนุญาตไว้ครอบคลุมข้อความนั้นหรือเปล่า เช่น</p>
<ul>
<li><strong>&quot;ช่วย&quot;</strong> &#8211; ใช้ได้ถ้าตามด้วยสรรพคุณที่มีหลักฐาน เช่น &quot;ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น&quot;</li>
<li><strong>&quot;บำรุง&quot;</strong> &#8211; ใช้ได้กับเครื่องสำอางและอาหารเสริม แต่ต้องไม่เกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต</li>
<li><strong>&quot;ลด&quot;</strong> &#8211; ใช้ได้ถ้ามีข้อมูลสนับสนุน เช่น &quot;ลดความมัน&quot; แต่ไม่ใช่ &quot;ลดการอักเสบเรื้อรัง&quot; สำหรับเครื่องสำอาง</li>
<li><strong>&quot;ส่งเสริม&quot;</strong> &#8211; ใช้ได้ถ้าไม่อ้างการรักษาโรค เช่น &quot;ส่งเสริมสุขภาพผิว&quot;</li>
<li><strong>&quot;สนับสนุน&quot;</strong> &#8211; เช่น &quot;สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน&quot; ใช้ได้ถ้ามีหลักฐานทางโภชนาการรองรับ</li>
</ul>
<p>หลักการง่าย ๆ คือ ถ้าข้อความนั้นทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้าจะ แก้ไขโรค หรือ ทดแทนการรักษาทางการแพทย์ ต้องระวังไว้ก่อนว่าอาจผิดกฎหมาย</p>
<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">
<p>Influencer และ KOL ที่รีวิวสินค้าก็อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้า Influencer พูดเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต ทั้ง Influencer และเจ้าของสินค้าอาจถูกดำเนินคดีได้ ต้องให้ Script ที่ถูกต้องกับ Influencer ทุกคนก่อนลงคอนเทนต์</p>
</p>
</div>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">โทษของการใช้ข้อความโฆษณาผิดกฎหมาย</h2>
<p>โทษสำหรับโฆษณาผิดกฎหมายไม่ใช่แค่ค่าปรับเล็กน้อย แต่มีผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่ส่งผลต่อธุรกิจระยะยาวด้วย</p>
<p><strong>โทษทางกฎหมาย:</strong></p>
<ul>
<li>ปรับสูงสุด <strong>200,000 บาท</strong> ต่อครั้ง (สำหรับโฆษณายาที่ผิดกฎหมาย)</li>
<li>ปรับสูงสุด <strong>50,000 บาท</strong> ต่อครั้ง (สำหรับโฆษณาอาหารและผลิตภัณฑ์อื่น)</li>
<li>กรณีร้ายแรง อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี</li>
<li>สั่งระงับการโฆษณา และถอดโฆษณาออกทุกช่องทาง</li>
</ul>
<p><strong>ผลกระทบต่อธุรกิจ:</strong></p>
<ul>
<li>อาจถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผลิต/จำหน่าย</li>
<li>เสียชื่อเสียงแบรนด์ถ้าข่าวออกสู่สาธารณะ</li>
<li>ถ้าเกิดซ้ำหลายครั้ง โทษจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ</li>
</ul>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/arrangement-with-money-gavel-calculator-contract-scaled.jpg" alt="โทษทางกฎหมายปรับเงิน" /></p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">วิธีตรวจสอบว่าข้อความโฆษณาของตัวเองปลอดภัยไหม</h2>
<p>ก่อนเผยแพร่โฆษณา ไม่ว่าจะเป็นโพสต์บนโซเชียล เว็บไซต์ หรือข้อความบนแพ็กเกจ ควรตรวจสอบเนื้อหาเบื้องต้นก่อนทุกครั้ง เพราะแม้ข้อความจะดูทั่วไปหรือพบเห็นได้บ่อย ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้  โดยสามารถเช็กเบื้องต้นได้ด้วย ขั้นตอนต่อไปนี้</p>
<h4>ขั้นตอนที่ 1 &#8211; ตรวจว่ามีใบอนุญาตโฆษณาหรือยัง</h4>
<p>ใบอนุญาตโฆษณาต้องขอแยกต่างหากจากการจด อย. สินค้าที่ขึ้นทะเบียนแล้วยังไม่ได้มีสิทธิ์โฆษณาทุกข้อความ ต้องยื่นขอ &quot;ใบอนุญาตโฆษณา&quot; สำหรับข้อความที่ต้องการใช้ก่อนเสมอ</p>
<h4>ขั้นตอนที่ 2 &#8211; เปรียบเทียบข้อความกับที่ได้รับอนุญาต</h4>
<p>ข้อความที่ได้รับอนุญาตจะระบุไว้ชัดเจนในเอกสารอนุญาต ให้นำข้อความที่จะใช้มาเปรียบเทียบทีละจุด ถ้ามีส่วนที่เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงจากที่ได้รับอนุญาต ต้องยื่นขออนุญาตใหม่ก่อน</p>
<h4>ขั้นตอนที่ 3 &#8211; ตรวจสอบ &quot;คำต้องห้าม&quot;</h4>
<p>ใช้ Checklist ง่าย ๆ ว่าข้อความนั้นมีคำที่อ้างการรักษาโรค รับประกันผลลัพธ์ หรืออ้างผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีหลักฐานหรือเปล่า ถ้ามีแม้แต่คำเดียว ให้แก้ไขก่อนลง</p>
<h4>ขั้นตอนที่ 4 &#8211; ตรวจสอบ Visual ด้วย ไม่ใช่แค่ข้อความ</h4>
<p>รูปภาพและ Infographic ก็อยู่ภายใต้กฎหมายโฆษณาด้วย เช่น รูปที่แสดงให้เห็นว่าสินค้า &quot;รักษา&quot; โรค หรือ Before/After ที่แสดงผลเกินจริง ก็ถือว่าผิดกฎหมาย</p>
<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">
<p>ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อความใดผิดหรือถูก วิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือยื่นขอตรวจก่อนลงโฆษณา การขอปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย อย. ล่วงหน้าสักครั้งช่วยประหยัดค่าปรับ และปัญหาที่ตามมาได้มาก</p>
</p>
</div>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>
<p>เส้นแบ่งระหว่าง <strong>ตัวอย่างโฆษณาผิดกฎหมาย</strong> และถูกกฎหมายอยู่ที่การเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะคำที่มีนัยยะเชิงการรักษาโรค การรับประกันผลลัพธ์ และการอ้างผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีหลักฐาน สิ่งสำคัญคือต้องขอใบอนุญาตโฆษณาก่อนทุกครั้ง และใช้ข้อความตรงตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ คำถามที่พบบ่อย</h2>
<p><strong>Q1: ต้องขอใบอนุญาตโฆษณาสำหรับโพสต์ในโซเชียลมีเดียด้วยไหม?</strong></p>
<p>A: ใช่ โพสต์ Facebook, Instagram, TikTok และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ล้วนถือเป็นการโฆษณาตามกฎหมาย ต้องได้รับอนุญาตก่อนลงโพสต์เช่นเดียวกับโฆษณาทางทีวีหรือวิทยุ</p>
<p><strong>Q2: ถ้า Influencer รีวิวสินค้าเกินจริง เจ้าของสินค้าจะ</strong><strong>มีความผิดด้วยไหม?</strong></p>
<p>A: มีโอกาสผิดด้วย ถ้า Influencer ใช้ข้อความ หรืออ้างสรรพคุณที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต เจ้าของสินค้าสามารถถูกดำเนินคดีได้ด้วย ต้องกำหนดขอบเขตข้อความให้ Influencer ล่วงหน้า</p>
<p><strong>Q3: ข้อความ Before/After ใช้ได้ไหมในโฆษณาเครื่องสำอาง?</strong></p>
<p>A: ใช้ได้ แต่ต้องระมัดระวัง ถ้า Before/After แสดงผลที่เกินขอบเขตของเครื่องสำอาง เช่น ลบแผลเป็น หรือลดริ้วรอยถาวร อาจผิดกฎหมายได้ ต้องตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญก่อน</p>
<p><strong>Q4: ใบอนุญาตโฆษณาที่ขอไว้ใช้กับทุกช่องทางได้เลยไหม?</strong></p>
<p>A: ขึ้นอยู่กับขอบเขตของใบอนุญาตที่ขอไว้ บางกรณีต้องระบุช่องทางโฆษณาด้วย ควรตรวจสอบเอกสารอนุญาตให้ชัดเจนก่อนลงโฆษณาในช่องทางใหม่</p>
<p><strong>Q5: ถ้าโฆษณาผ่าน อย. แล้ว ยังต้องระวังอะไรอีกไหม?</strong></p>
<p>A: ต้องใช้ข้อความตรงตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ห้ามเพิ่มหรือดัดแปลงข้อความเอง และต้องต่ออายุใบอนุญาตตามกำหนด ถ้าต้องการเพิ่มข้อความใหม่ต้องยื่นขออนุญาตใหม่ก่อนเสมอ</p>
<p>ถ้าต้องการให้มืออาชีพช่วยดูแลตั้งแต่การขอใบอนุญาตโฆษณา ไปจนถึงตรวจสอบข้อความก่อนลง ทีมงาน <a href="https://csrich1.com/" rel="noopener">C&amp;S Rich1</a> ให้บริการครบวงจรมากกว่า 7 ปี ดูรายละเอียดบริการได้ที่ <a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/" rel="noopener">บริการขอใบอนุญาตโฆษณา</a></p>
<hr />
<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779" rel="noopener">064-560-7779</a></p>
<p>💬 Line: @cs0645607779</p>
<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com" rel="noopener">csrich188@gmail.com</a></p>
<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr=#" rel="noopener" target="_blank">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รง 4 กับ อย. ต้องขออันไหนก่อน? วางแผนลำดับให้ถูกต้อง</title>
		<link>https://csrich1.com/https-csrich1-com-factory-license-vs-fda-order/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[รง 4]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1476</guid>

					<description><![CDATA[รง 4 ต้องขอก่อน อย. เสมอ สำหรับโรงงานผลิต อธิบายเหตุผล ลำดับขั้นตอน Timeline และตารางเปรียบเทียบผู้ผลิต vs ผู้นำเข้าครบในที่เดียว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รง.4 ต้องขอก่อน อย. เสมอ</strong> เพราะ อย. จะขอได้ก็ต่อเมื่อสถานที่ผลิตของคุณได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายแล้ว ถ้ายังไม่มี รง.4 อย. จะไม่รับพิจารณาคำขอของคุณ นี่คือเหตุผลที่ผู้ประกอบการหลายรายติดขัด และเสียเวลาไปโดยไม่จำเป็น</p>
<p>บทความนี้จะอธิบายว่าทำไม รง.4 ถึงต้องมาก่อน อย. รวมถึงลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องทั้งหมดตั้งแต่จดทะเบียนบริษัทจนถึงวันที่มีสินค้าออกวางขายได้ พร้อม Timeline โดยประมาณ กรณีพิเศษสำหรับผู้นำเข้าที่ไม่ต้องทำ รง.4 และตารางเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ทำไม รง.4 ต้องมาก่อน อย. ?</h2>
<p><strong>รง.4</strong> คือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ตาม พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ใบอนุญาตนี้รับรองว่าสถานที่ผลิตของคุณผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขแล้ว</p>
<p>ส่วน <strong>อย.</strong> (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) จะอนุญาตให้ผลิต หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าสถานที่ผลิตได้มาตรฐาน ซึ่งใบ รง.4 คือหลักฐานที่ใช้ยืนยันข้อนี้ อย. จะไม่รับขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตถูกต้อง</p>
<p>พูดง่าย ๆ คือ อย. ไม่ได้ตรวจโรงงานเอง แต่ใช้ รง.4 เป็นใบรับประกันว่าโรงงานผ่านการตรวจสอบมาแล้ว ดังนั้นถ้ายังไม่มี รง.4 ก็จะขอ อย. ไม่ได้</p>
<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p>ลำดับบังคับสำหรับโรงงานผลิต คือ จดทะเบียนบริษัท → ขอ รง.4 → ขอ GMP → จด อย. ผลิตภัณฑ์ ข้ามขั้นตอนไม่ได้เด็ดขาด เพราะแต่ละขั้นตอนใช้เอกสารจากขั้นก่อนหน้าเป็นหลักฐานประกอบ</p>
</div>
<hr />
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class=" wp-image-1450" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-300x169.jpg" alt="" width="797" height="449" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-300x169.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-1024x576.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-768x432.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-1536x864.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 797px) 100vw, 797px" /></p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องสำหรับโรงงานผลิตสินค้า อย.</h2>
<p>ผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตสินค้า และขอ อย. เองต้องผ่านขั้นตอนทั้งหมด 4 ขั้น ซึ่งแต่ละขั้นมีหน่วยงานรับผิดชอบต่างกัน และต้องทำตามลำดับอย่างเคร่งครัด ไม่สามารถทำพร้อมกัน หรือสลับลำดับได้ ดังนี้</p>
<h3>ขั้นที่ 1 &#8211; จดทะเบียนบริษัท (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)</h3>
<p>การจดทะเบียนบริษัท เป็นก้าวแรกที่ต้องทำก่อนทุกอย่าง เพราะ รง.4 และ อย. ต่างต้องการ &#8220;นิติบุคคล&#8221; ที่มีเลขทะเบียนถูกต้องเป็นผู้ยื่นขอ ถ้าคุณยื่นในนามบุคคลธรรมดา บางประเภทผลิตภัณฑ์จะไม่สามารถขอได้ หรืออาจมีข้อจำกัดที่ทำให้ขยายธุรกิจได้ยากในภายหลัง</p>
<p><strong>ระยะเวลา</strong>: ประมาณ 3-7 วันทำการ ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดในเอกสาร</p>
<h3>ขั้นที่ 2 &#8211; ขอ รง.4 (กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ อบจ./เทศบาล)</h3>
<p>หลังจากมีบริษัทแล้ว ขั้นต่อไปคือขอ <strong>ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)</strong> จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ขึ้นอยู่กับขนาดโรงงาน) เจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสถานที่จริงว่าตรงตามที่ยื่นขอไหม ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ระบบไฟฟ้า และความปลอดภัย</p>
<p><strong>ระยะเวลา</strong>: 30-90 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทโรงงานและความพร้อมของเอกสาร</p>
<p>อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.csrich1.com/factory-license-service/" rel="noopener">บริการขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)</a></p>
<h3>ขั้นที่ 3 &#8211; ขอ GMP (สำหรับสินค้าอาหาร/ยา/เครื่องสำอาง)</h3>
<p>GMP (Good Manufacturing Practice) คือมาตรฐานการผลิตที่ดี ซึ่งบังคับสำหรับสินค้าในกลุ่มอาหาร อาหารเสริม ยา และเครื่องสำอางบางประเภท เอกสาร รง.4 จะถูกใช้ในขั้นตอนการยื่นขอ GMP ด้วย เพราะ อย. ต้องการหลักฐานว่าโรงงานผ่านการรับรองทางกฎหมายก่อน</p>
<p>ระยะเวลา: 60-180 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและมาตรฐานที่ต้องการ</p>
<h3>ขั้นที่ 4 &#8211; จด อย. ผลิตภัณฑ์ (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)</h3>
<p>ขั้นสุดท้าย คือการ<strong>ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย.</strong> ซึ่งตอนนี้คุณมีเอกสารครบแล้วทั้ง รง.4 และ GMP ระยะเวลาตรวจสอบขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เช่น อาหารเสริมอาจใช้เวลา 30-90 วัน ส่วนยาอาจนานกว่านั้นมาก</p>
<p>อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.csrich1.com/fda-registration-service/" rel="noopener">บริการจด อย.</a></p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">กรณีพิเศษ: ผู้นำเข้า ไม่ต้องขอ รง.4</h2>
<p>นี่คือ จุดที่ผู้ประกอบการหลายคนสับสน ผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาขายในไทย <strong>ไม่ต้องขอ รง.4</strong> เพราะไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง สถานที่ผลิตอยู่ในต่างประเทศ และใช้ใบรับรองของโรงงานต่างประเทศแทน</p>
<p>ผู้นำเข้าสามารถยื่นขอ อย. ได้โดยตรง แต่ต้องมีเอกสารรับรองคุณภาพจากโรงงานต้นทาง เช่น Certificate of Analysis (COA), Certificate of Free Sale (CFS) หรือเอกสารรับรอง GMP จากประเทศผู้ผลิต</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ตารางเปรียบเทียบ: ผู้ผลิต vs ผู้นำเข้า ต้องทำอะไรบ้าง</h2>
<p>ดูตารางนี้ เพื่อเปรียบเทียบให้ชัดขึ้นว่า หากต้องการทำแบรนด์อาหารเสริม หรือเครื่องสำอาง ควรเลือก “ผลิตเองในไทย” หรือ “นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ” เพราะแต่ละรูปแบบมีขั้นตอน เอกสาร และระยะเวลาดำเนินการแตกต่างกัน</p>
<table style="width: 100%; border-collapse: collapse;">
<tbody>
<tr>
<td><strong>ขั้นตอน</strong></td>
<td><strong>ผู้ผลิต (โรงงานในไทย)</strong></td>
<td><strong>ผู้นำเข้า (จากต่างประเทศ)</strong></td>
</tr>
<tr>
<td>จดทะเบียนบริษัท</td>
<td>จำเป็น</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>ขอ รง.4 (ใบอนุญาตโรงงาน)</td>
<td>จำเป็น</td>
<td>ไม่จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>ขอ GMP</td>
<td>จำเป็น (อาหาร/ยา/เครื่องสำอาง)</td>
<td>ใช้เอกสาร GMP จากโรงงานต้นทาง</td>
</tr>
<tr>
<td>เอกสารรับรองจากต่างประเทศ (COA/CFS)</td>
<td>ไม่จำเป็น</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>จด อย. ผลิตภัณฑ์</td>
<td>จำเป็น</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>ระยะเวลาโดยรวม (ประมาณ)</td>
<td>12-24 เดือน</td>
<td>6-12 เดือน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p><img decoding="async" class=" wp-image-1271" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-300x200.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ถ้าข้ามขั้นตอนจะเกิดอะไรขึ้น?</h2>
<p>หลายคนคิดว่าถ้ายื่น อย. ไปก่อนแล้วค่อยไปทำ รง.4 ทีหลังคงไม่เป็นไร แต่ในความเป็นจริง อย. จะปฏิเสธคำขอของคุณตั้งแต่แรก เพราะไม่มีเลขที่ รง.4 ในเอกสาร คุณจะเสียทั้งค่าธรรมเนียมยื่น และเวลาที่รอไป</p>
<p>นอกจากนั้นถ้าคุณเริ่มผลิต และจำหน่ายสินค้าก่อนได้รับอนุญาต มีโทษทางกฎหมายทั้งปรับ และจำคุก ทั้งในส่วนของ พ.ร.บ. โรงงาน และ พ.ร.บ. อาหาร/ยา ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า</p>
<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">การผลิต และจำหน่ายสินค้าที่ต้องขึ้นทะเบียน อย. โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท และ/หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี ตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 อย่าเสี่ยงเด็ดขาด</p>
</div>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">Timeline โดยประมาณ: ตั้งแต่เริ่มจนมีสินค้าขายได้</h2>
<p>ระยะเวลารวมสำหรับเส้นทางผู้ผลิตนั้นค่อนข้างนาน เพราะมีหลายหน่วยงานที่ต้องผ่าน ด้านล่างนี้คือ Timeline โดยประมาณที่ใช้อ้างอิงในการวางแผนธุรกิจ</p>
<table style="width: 100%; border-collapse: collapse;">
<tbody>
<tr>
<td><strong>ขั้นตอน</strong></td>
<td><strong>ระยะเวลาโดยประมาณ</strong></td>
<td><strong>หน่วยงาน</strong></td>
</tr>
<tr>
<td>จดทะเบียนบริษัท</td>
<td>3-7 วัน</td>
<td>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</td>
</tr>
<tr>
<td>ขอ รง.4</td>
<td>1-3 เดือน</td>
<td>กรมโรงงานอุตสาหกรรม / อปท.</td>
</tr>
<tr>
<td>ขอ GMP/HACCP</td>
<td>2-6 เดือน</td>
<td>อย. / หน่วยงานรับรอง</td>
</tr>
<tr>
<td>จด อย. ผลิตภัณฑ์</td>
<td>1-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับประเภท)</td>
<td>สำนักงาน อย.</td>
</tr>
<tr>
<td>รวมระยะเวลา (ผู้ผลิต)</td>
<td>ประมาณ 12-18 เดือน</td>
<td>&#8211;</td>
</tr>
<tr>
<td>รวมระยะเวลา (ผู้นำเข้า)</td>
<td>ประมาณ 6-12 เดือน</td>
<td>&#8211;</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณ ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสาร ประเภทผลิตภัณฑ์ และปริมาณงานของหน่วยงานในช่วงนั้น ๆ การมีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ช่วยจัดเตรียมเอกสารได้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดเวลาในขั้นตอนนี้ได้มาก</p>
<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">วางแผน Timeline ย้อนจากวันที่ต้องการออกสินค้า แล้วนับถอยหลังมาจากแต่ละขั้นตอน จะได้รู้ว่าต้องเริ่มกระบวนการตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่าเริ่มนับจากวันนี้ไปข้างหน้าเท่านั้น เพราะมักจะประเมินเวลาต่ำกว่าความเป็นจริง</p>
</div>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>
<p>สำหรับโรงงานผลิตในไทย ลำดับที่ถูกต้องคือ <strong>รง.4 → GMP → อย.</strong> โดย รง.4 คือรากฐานที่ขาดไม่ได้ ส่วนผู้นำเข้าจะข้ามขั้นตอน รง.4 ได้ แต่ต้องมีเอกสารรับรองจากโรงงานต้นทางแทน</p>
<p>การวางแผนลำดับให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก โดยเฉพาะถ้าคุณมีกำหนดวันเปิดตัวสินค้าอยู่แล้ว ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรบ้างในกรณีของคุณ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้นจะช่วยให้วางแผนได้แม่นยำกว่า</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ &#8211; คำถามที่พบบ่อย</h2>
<p><strong>Q1: ถ้ายังไม่มี รง.4 สามารถยื่นจด อย. ได้ไหม?</strong></p>
<p>A: ไม่ได้ สำหรับผู้ผลิตในไทย อย. กำหนดให้ต้องมีใบ รง.4 ก่อนยื่นขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ ถ้ายื่นไปโดยไม่มีใบนี้จะถูกปฏิเสธและต้องยื่นใหม่ตั้งแต่ต้น</p>
<p><strong>Q2: ผู้นำเข้าต้องขอ รง.4 ไหม?</strong></p>
<p>A: ไม่ต้อง ผู้นำเข้าไม่ได้ผลิตสินค้าเองในไทย จึงไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตโรงงาน แต่ต้องมีเอกสารรับรองคุณภาพจากโรงงานต้นทาง เช่น COA และ CFS</p>
<p><strong>Q3: รง.4 ใช้เวลานานแค่ไหน?</strong></p>
<p>A: โดยเฉลี่ยประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดโรงงาน ประเภทกิจการ และความครบถ้วนของเอกสาร โรงงานขนาดเล็กที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมอาจเร็วกว่านั้น</p>
<p><strong>Q4: GMP กับ รง.4 ต่างกันอย่างไร?</strong></p>
<p>A: รง.4 คือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน รับรองว่าโรงงานผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ส่วน GMP คือมาตรฐานกระบวนการผลิต รับรองว่าวิธีการผลิตได้มาตรฐานด้านสุขอนามัยและคุณภาพ ต้องมีทั้งสองอย่างก่อนขอ อย.</p>
<p><strong>Q5: ถ้าจ้างบริษัทที่ปรึกษาช่วยขอ รง.4 และ อย. จะช่วยย่นเวลาได้ไหม?</strong></p>
<p>A: ช่วยได้มาก เพราะที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์รู้ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร ส่งที่ไหน และมีจุดไหนที่มักเกิดข้อผิดพลาดบ้าง ช่วยลดโอกาสที่จะต้องแก้ไขหรือยื่นซ้ำได้มาก</p>
<hr />
<p>ถ้าคุณกำลังวางแผนขอ รง.4 หรือ อย. และอยากได้คนช่วยจัดการตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จ ทีมที่ปรึกษา <a href="https://csrich1.com/" rel="noopener">C&amp;S Rich1 </a>มีประสบการณ์ดูแลเคสทั้ง รง.4 และ อย. มากกว่า 7 ปี และ 500+ เคส พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการแทนคุณทุกขั้นตอน ดูรายละเอียดบริการได้ที่ <a href="https://www.csrich1.com/factory-license-service/" rel="noopener">ขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)</a> และ <a href="https://www.csrich1.com/fda-registration-service/" rel="noopener">บริการจด อย.</a></p>
<hr />
<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779" rel="noopener">064-560-7779</a></p>
<p>💬 Line: @cs0645607779</p>
<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com" rel="noopener">csrich188@gmail.com</a></p>
<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr=#" rel="noopener" target="_blank">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) เตรียมอะไรบ้าง? เช็คลิสต์ครบจบ</title>
		<link>https://csrich1.com/https-csrich1-com-factory-license-documents-checklist/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอใบอนุญาตโรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1475</guid>

					<description><![CDATA[เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) แบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ได้แก่ เอกสารของผู้ประกอบการหรือบริษัท เอกสารโรงงานและสถานที่]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4)</strong> แบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ได้แก่ เอกสารของผู้ประกอบการหรือบริษัท เอกสารโรงงาน และสถานที่ รายการเครื่องจักร และกระบวนการผลิต เอกสารด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ทั้งหมดนี้ต้องยื่นพร้อมกันต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด</p>
<p>บทความนี้จะรวมรายการเอกสารขอใบอนุญาตโรงงานทั้งหมดไว้ในที่เดียว พร้อมตารางเช็คลิสต์สรุป อธิบายรายละเอียดแต่ละหมวด และชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกส่งเอกสารกลับบ่อยที่สุด เพื่อให้คุณเตรียมได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ทำไมต้องเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่น รง.4?</h2>
<p>การขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4 ไม่ใช่การยื่นทีละชิ้นแล้วรอผล แต่เป็นการยื่นชุดเอกสารทั้งหมดในครั้งเดียว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าเอกสารครบหรือไม่ ถ้าขาดแม้แต่รายการเดียว จะถูกส่งกลับให้ไปเตรียมมาใหม่</p>
<p>ปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่เสียเวลาซื้อใหม่ แต่ยังหมายความว่าต้องนัดคิวใหม่ ในช่วงที่มีผู้ยื่นหนาแน่น การรอคิวใหม่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งหมายถึงโรงงานยังเดินเครื่องไม่ได้ หรือโครงการล่าช้าออกไปโดยไม่จำเป็น</p>
<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p>เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4 ต้องเตรียมครบทั้ง 4 หมวดก่อนยื่น เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนในทีเดียว ถ้าขาดหมวดใดหมวดหนึ่งจะถูกส่งกลับมาเตรียมใหม่ทั้งชุด</p>
</div>
<p>สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ประเภทของโรงงานมีผลต่อรายการเอกสารที่ต้องใช้ โดยเฉพาะในหมวดสิ่งแวดล้อม โรงงานที่มีกำลังเครื่องจักรสูงหรือมีกระบวนการที่อาจก่อมลพิษจะต้องยื่นแผนการจัดการที่ละเอียดกว่าโรงงานขนาดเล็กทั่วไป อ่านต่อเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแยกจำพวกโรงงานได้ที่<a href="https://csrich1.com/factory-type-1-2-3-thailand/" rel="noopener"> โรงงานจำพวก 1 2 3 ต่างกันอย่าไร?</a></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone  wp-image-1117" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/fac_sv2-300x230.webp" alt="" width="803" height="616" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/fac_sv2-300x230.webp 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/fac_sv2.webp 747w" sizes="(max-width: 803px) 100vw, 803px" /></p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">หมวดที่ 1 &#8211; เอกสารของผู้ประกอบการและบริษัท</h2>
<p>เอกสารหมวดนี้เกี่ยวกับตัวตน และสถานะทางกฎหมายของผู้ขอใบอนุญาต ทั้งในกรณีที่เป็นนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปเอกสารกลุ่มนี้ไม่ซับซ้อน แต่ต้องระวังเรื่องอายุเอกสาร และความถูกต้องของข้อมูลที่ปรากฏ</p>
<h3>1. หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน)</h3>
<p>ต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันยื่น ต้องระบุวัตถุประสงค์ที่ครอบคลุมการประกอบกิจการโรงงานประเภทนั้น ๆ ด้วย ถ้าวัตถุประสงค์ไม่ตรงก็ต้องแก้ไขก่อน</p>
<h3>2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านกรรมการ</h3>
<p>ต้องเป็นสำเนาของกรรมการทุกคนที่มีอำนาจลงนาม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง สำหรับบุคคลธรรมดาที่ขอในนามตนเอง ใช้สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของตนเอง</p>
<h3>3. เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินหรือสัญญาเช่า</h3>
<p>เป็นเอกสารที่พิสูจน์ว่า คุณมีสิทธิ์ใช้ที่ดินหรืออาคารนั้นเป็นโรงงาน ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li><strong>กรณีเป็นเจ้าของที่ดิน</strong> โฉนดที่ดินหรือ น.ส.3 ก ในชื่อตัวเองหรือบริษัท หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดินถ้าเป็นชื่อบุคคลอื่น</li>
<li><strong>กรณีเช่าที่ดินหรืออาคาร</strong> สัญญาเช่าที่มีอายุคงเหลือเพียงพอ (โดยทั่วไปต้องเหลือไม่น้อยกว่า 3 ปี) และต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นโรงงานอย่างชัดเจน</li>
</ul>
<h3>4. แบบคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.3)</h3>
<p>แบบฟอร์มหลักที่ต้องกรอกข้อมูลของโรงงาน รายละเอียดกิจการ และผู้ขอใบอนุญาต กรอกให้ครบถ้วน และตรงกับเอกสารประกอบทุกฉบับ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างแบบฟอร์ม กับเอกสารแนบเป็นสาเหตุที่ถูกตีกลับบ่อยมาก</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">หมวดที่ 2 &#8211; เอกสารโรงงานและสถานที่</h2>
<p>เอกสารหมวดนี้แสดงให้เห็นว่า โรงงานของคุณตั้งอยู่ที่ไหน มีพื้นที่เท่าไร และมีโครงสร้างอาคารอย่างไร เจ้าหน้าที่ใช้เอกสารชุดนี้ประกอบการออกไปตรวจสอบสถานที่จริงในภายหลัง ดังนั้นข้อมูลในเอกสารกับสภาพจริงต้องตรงกัน</p>
<h3>1. แผนที่แสดงที่ตั้งโรงงาน</h3>
<p>ต้องแสดงเส้นทางการเดินทางจากถนนหลักมายังโรงงานได้ชัดเจน ระบุถนน สี่แยก หรือจุดสังเกตสำคัญ ระยะทางโดยประมาณ และตำแหน่งของโรงงานในภาพรวม ปัจจุบันสามารถใช้ภาพถ่ายจาก Google Maps ประกอบได้ แต่ต้องมีคำอธิบายเส้นทางแนบมาด้วย</p>
<h3>2. แบบแปลนโรงงาน (Floor Plan)</h3>
<p>แบบแปลนต้องแสดงพื้นที่ทั้งหมดของโรงงานตามมาตราส่วนจริง ระบุตำแหน่งของพื้นที่ผลิต พื้นที่เก็บวัตถุดิบ พื้นที่เก็บสินค้า ห้องน้ำ ทางออกฉุกเฉิน ตำแหน่งเครื่องจักรหลัก และระบบบำบัดน้ำเสีย (ถ้ามี)</p>
<p>แบบแปลนต้องจัดทำโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต (กรณีโรงงานขนาดใหญ่) หรืออย่างน้อยต้องเป็นแบบที่ชัดเจน และมีมาตราส่วนที่อ่านได้ ไม่ใช่ภาพสเก็ตช์คร่าว ๆ</p>
<h3>3. ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ.1 หรือ อ.3) และใบรับรองการก่อสร้าง (อ.6)</h3>
<p>ถ้าอาคารโรงงานก่อสร้างใหม่ หรือดัดแปลงโครงสร้าง ต้องมีใบอนุญาตก่อสร้าง และใบรับรองว่าก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้อง สำหรับอาคารเก่าที่มีอยู่แล้ว ให้แนบเอกสารแสดงว่าอาคารนั้นถูกต้องตามกฎหมาย เช่น หนังสือรับรองการก่อสร้างอาคาร</p>
<h3>4. รูปถ่ายโรงงานและบริเวณโดยรอบ</h3>
<p>รูปถ่ายช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสภาพโรงงานจริงก่อนออกตรวจ ต้องถ่ายให้เห็นด้านหน้าอาคาร ภายในพื้นที่ผลิต ทางเข้าออก และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน</p>
<hr />
<h2><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone  wp-image-1337" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-1-300x164.png" alt="" width="807" height="441" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-1-300x164.png 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-1-1024x559.png 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-1-768x419.png 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-1.png 1408w" sizes="(max-width: 807px) 100vw, 807px" /></h2>
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">หมวดที่ 3 &#8211; เครื่องจักรและกระบวนการผลิต</h2>
<p>เอกสารหมวดนี้เป็นส่วนที่เจ้าหน้าที่ใช้ประเมินว่าโรงงานจัดอยู่ใน <a href="https://csrich1.com/factory-type-1-2-3-thailand/" rel="noopener">โรงงานจำพวกไหน</a> (จำพวก 1, 2 หรือ 3) ซึ่งมีผลต่อกระบวนการขอใบอนุญาต และข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติ โรงงานที่มีกำลังเครื่องจักรรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือมีคนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป จัดเป็นโรงงานที่ต้องขอใบอนุญาต รง.4</p>
<h3>1. รายการเครื่องจักรและกำลังแรงม้า</h3>
<p>ต้องระบุรายการเครื่องจักรทุกเครื่องที่ใช้ในกระบวนการผลิต ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>ชื่อเครื่องจักรและประเภท</li>
<li>ยี่ห้อและรุ่น (ถ้ามี)</li>
<li>กำลังมอเตอร์ หน่วยเป็นแรงม้า (HP) หรือกิโลวัตต์ (kW)</li>
<li>จำนวนเครื่อง</li>
<li>กำลังรวมทั้งหมด</li>
</ul>
<p>กำลังเครื่องจักรรวมนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดว่าโรงงานอยู่ในจำพวกใด และต้องยื่นเรื่องกับหน่วยงานไหน</p>
<h3>2. รายละเอียดกระบวนการผลิต (Process Flow)</h3>
<p>อธิบายขั้นตอนการผลิตตั้งแต่รับวัตถุดิบ จนถึงได้สินค้าสำเร็จรูป ทำในรูปแบบผังกระบวนการ (Flow Chart) หรือรายละเอียดเป็นข้อ ๆ ก็ได้ แต่ต้องชัดเจนพอที่เจ้าหน้าที่จะเข้าใจว่าแต่ละขั้นตอนทำอะไร ใช้เครื่องจักรอะไร และมีของเสียหรือมลพิษเกิดขึ้นในขั้นตอนไหนบ้าง</p>
<h3>3. ประเภทและปริมาณการผลิต</h3>
<p>ระบุว่าผลิตสินค้าประเภทอะไร และมีปริมาณการผลิตโดยประมาณต่อวันหรือต่อปีเท่าไร ข้อมูลนี้ใช้ประกอบการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย</p>
<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">รวบรวมคู่มือเครื่องจักร และ nameplate ของมอเตอร์ทุกตัวไว้ล่วงหน้า เพราะข้อมูลกำลังแรงม้าที่แน่นอนสำคัญมากในการคำนวณกำลังรวม และช่วยให้กรอกแบบฟอร์มได้ถูกต้อง</p>
</div>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">หมวดที่ 4 &#8211; สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย</h2>
<p>เอกสารหมวดนี้แตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับประเภทของโรงงาน โรงงานที่มีกระบวนการผลิตที่อาจก่อให้เกิดมลพิษจะต้องยื่นแผนการจัดการที่ละเอียดกว่า และในบางกรณีต้องให้วิศวกรสิ่งแวดล้อมจัดทำเอกสารเหล่านี้ด้วย</p>
<h3>1. แผนการจัดการน้ำเสีย</h3>
<p>โรงงานที่มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิต ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย และต้องยื่นรายละเอียดระบบบำบัด ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นต่อวัน วิธีการบำบัด และค่ามาตรฐานน้ำทิ้งที่สามารถระบายออกได้ตามกฎหมาย</p>
<p>สำหรับโรงงานที่มีเพียงน้ำเสียจากการอุปโภคบริโภคของพนักงาน (เช่น ห้องน้ำ) ก็ต้องระบุว่าระบายเข้าระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง หรือบ่อซึม หรือระบบใด</p>
<h3>2. แผนการจัดการมลพิษทางอากาศ (ฝุ่น ควัน กลิ่น)</h3>
<p>กระบวนการผลิตที่มีการระเหยของสารเคมี การเผาไหม้ การตัด การเชื่อม หรือกระบวนการที่ก่อให้เกิดฝุ่นหรือกลิ่น ต้องระบุชนิดและปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้น วิธีควบคุมและลดมลพิษ (เช่น ติดตั้ง filter, ดักฝุ่น) และช่องทางระบายอากาศ</p>
<h3>3. แผนการจัดการของเสีย (ขยะอุตสาหกรรม)</h3>
<p>ต้องระบุประเภทของเสียที่เกิดขึ้น แบ่งเป็นของเสียอันตราย (hazardous waste) และของเสียทั่วไป พร้อมวิธีการจัดเก็บ ขนส่ง และกำจัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะของเสียอันตรายต้องใช้ผู้รับกำจัดที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม</p>
<h3>4. แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย</h3>
<p>ต้องมีแผนผังแสดงตำแหน่งถังดับเพลิง ทางออกฉุกเฉิน และอุปกรณ์ความปลอดภัยในโรงงาน พร้อมแผนอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน บางพื้นที่อาจต้องผ่านการตรวจจากสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยด้วย</p>
<h3>5. เอกสารเพิ่มเติมสำหรับโรงงานบางประเภท</h3>
<p>โรงงานบางประเภทต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมตามลักษณะการผลิต เช่น</p>
<ul>
<li><strong>โรงงานที่มีหม้อต้มแรงดันสูง</strong> &#8211; ต้องแนบหลักฐานการตรวจรับรองจากกรมโรงงานฯ</li>
<li><strong>โรงงานที่ใช้สารเคมีอันตราย</strong> &#8211; ต้องมีบัญชีสารเคมี และแผนฉุกเฉิน</li>
<li><strong>โรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม</strong> &#8211; ต้องแนบหนังสือยินยอมจากนิคมฯ ด้วย</li>
</ul>
<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">เอกสารด้านสิ่งแวดล้อมต้องจัดทำให้ตรงกับสภาพโรงงานจริง และประเภทการผลิตจริง ถ้าระบุกระบวนการผลิต หรือปริมาณการผลิตต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนด เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบสถานที่จริงจะพบความไม่สอดคล้องกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่ได้รับใบอนุญาต</p>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-1447" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-300x200.jpg" alt="" width="809" height="539" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-1024x681.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-768x511.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-1536x1022.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-2048x1363.jpg 2048w" sizes="(max-width: 809px) 100vw, 809px" /></p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เช็คลิสต์รวม &#8211; เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน รง.4</h2>
<p>ตารางด้านล่างสรุปรายการเอกสารทั้งหมดที่ต้องเตรียม สามารถใช้เป็น checklist ก่อนยื่นได้เลย</p>
<table style="width: 100%; border-collapse: collapse;">
<tbody>
<tr>
<td><strong>หมวด</strong></td>
<td><strong>รายการเอกสาร</strong></td>
</tr>
<tr>
<td><strong>หมวด 1: ผู้ประกอบการ</strong></td>
<td>หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน)</td>
</tr>
<tr>
<td>สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>โฉนดที่ดินหรือสัญญาเช่า</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>แบบคำขอ รง.3 กรอกครบถ้วน</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td><strong>หมวด 2: โรงงาน/สถานที่</strong></td>
<td>แผนที่แสดงที่ตั้งโรงงาน</td>
</tr>
<tr>
<td>แบบแปลนโรงงาน (Floor Plan)</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>ใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) + ใบรับรอง (อ.6)</td>
<td>ถ้ามีการก่อสร้างใหม่</td>
</tr>
<tr>
<td>รูปถ่ายโรงงาน</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td><strong>หมวด 3: เครื่องจักร</strong></td>
<td>รายการเครื่องจักรและกำลังแรงม้า</td>
</tr>
<tr>
<td>ผังกระบวนการผลิต (Process Flow)</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเภทและปริมาณการผลิต</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td><strong>หมวด 4: สิ่งแวดล้อม</strong></td>
<td>แผนการจัดการน้ำเสีย</td>
</tr>
<tr>
<td>แผนการจัดการมลพิษทางอากาศ</td>
<td>ตามประเภทโรงงาน</td>
</tr>
<tr>
<td>แผนการจัดการของเสีย</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
<tr>
<td>แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย</td>
<td>จำเป็น</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกส่งเอกสารกลับ</h2>
<p><strong>จากประสบการณ์ดูแลลูกค้า</strong>ในกระบวนการขอใบอนุญาตโรงงาน ข้อผิดพลาดต่อไปนี้ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับมาแก้ไข</p>
<h3><strong>1. หนังสือรับรองบริษัทหมดอายุ</strong></h3>
<p>เจ้าของธุรกิจหลายคนไม่ทราบว่าหนังสือรับรองมีอายุ 6 เดือนนับจากวันออก ถ้าเตรียมไว้นานแล้วโดยไม่ได้ตรวจสอบวันที่ ต้องขอใหม่ก่อนยื่น</p>
<h3><strong>2. แบบแปลนไม่มีมาตราส่วน</strong></h3>
<p>แบบแปลนที่ไม่ระบุมาตราส่วน หรือไม่มีขนาดจริงของพื้นที่ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าโรงงานมีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ และถูกต้องตามที่ระบุในแบบฟอร์มหรือไม่</p>
<h3><strong>3. กำลังแรงม้าในแบบฟอร์มไม่ตรงกับรายการเครื่องจักร</strong></h3>
<p>ตัวเลขกำลังรวมที่คำนวณผิดหรือตกหล่น ทำให้จัดประเภทโรงงานไม่ถูก และอาจส่งผลต่อกระบวนการขออนุญาตทั้งหมด</p>
<h3><strong>4. ขาดเอกสารสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานบางประเภท</strong></h3>
<p>ผู้ประกอบการบางรายไม่ทราบว่าโรงงานของตนอยู่ในประเภทที่ต้องยื่นแผนจัดการน้ำเสียหรือมลพิษทางอากาศเพิ่มเติม</p>
<h3><strong>5. สัญญาเช่าหมดอายุก่อนได้รับใบอนุญาต</strong></h3>
<p>ถ้าสัญญาเช่าเหลืออายุน้อยกว่าระยะเวลาที่ต้องใช้ในกระบวนการขออนุญาต อาจต้องต่อสัญญาก่อนหรือขอหนังสือยินยอมเพิ่มเติม</p>
<h3><strong>6. วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมประเภทกิจการ</strong></h3>
<p>เช่น บริษัทจดทะเบียนเพื่อ &#8220;ค้าขาย&#8221; แต่ต้องการขอใบอนุญาตโรงงานผลิต ต้องแก้ไขวัตถุประสงค์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน</p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>
<p><strong>เอกสารขอใบอนุญาตโรงงาน</strong> ทั้ง 4 หมวดต้องเตรียมให้ครบก่อนยื่น ทั้งเอกสารบริษัท เอกสารสถานที่ รายการเครื่องจักร และแผนสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบความถูกต้อง และความครบถ้วนก่อนยื่นช่วยหลีกเลี่ยงการถูกส่งเอกสารกลับ ซึ่งหมายถึงเสียเวลา และอาจกระทบแผนการเปิดโรงงานได้</p>
<p>สำหรับใครที่อยากเข้าใจเรื่องประเภทโรงงานให้ชัดขึ้นก่อนตัดสินใจยื่นขอ รง.4 สามารถอ่านเพิ่มเติมที่บทความ<a href="https://csrich1.com/factory-type-1-2-3-thailand/" rel="noopener"> โรงงานจำพวก 1, 2, 3 คืออะไร </a>แตกต่างกันอย่างไร หรือดูรายละเอียดบริการเต็มรูปแบบได้ที่<a href="https://csrich1.com/factory-license-service/" rel="noopener">หน้าบริการขอใบอนุญาตโรงงาน</a></p>
<hr />
<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1e1e1e; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>
<p><strong>Q1: โรงงานขนาดเล็กที่กำลังแรงม้าต่ำกว่า 50 แรงม้า ต้องขอ รง.4 ไหม?</strong></p>
<p>A: ไม่ต้องขอ รง.4 หากเข้าเกณฑ์ โรงงานจำพวก 1 คือมีกำลังเครื่องจักรรวมไม่เกิน 50 แรงม้า และมีคนงานไม่เกิน 7 คน แต่ต้องแจ้งเริ่มประกอบกิจการต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมภายใน 30 วันหลังเริ่มดำเนินงาน ไม่ใช่ยกเว้นการดำเนินการทั้งหมด</p>
<p><strong>Q2: โรงงานเช่าอาคารหรือเช่าโกดัง สามารถขอ รง.4 ได้ไหม?</strong></p>
<p>A: สามารถขอได้ หากอาคารนั้นรองรับการประกอบกิจการโรงงานตามผังเมืองและข้อกำหนดด้านอาคาร โดยต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคารหรือสัญญาเช่าที่ชัดเจนประกอบการยื่นขออนุญาต</p>
<p><strong>Q3: ใช้เวลานานแค่ไหนในการพิจารณาอนุมัติ รง.4?</strong></p>
<p>A: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 วันหลังเอกสารครบ แต่ในทางปฏิบัติอาจนานขึ้นหากมีการตรวจสถานที่หรือขอเอกสารเพิ่มเติม แนะนำเผื่อเวลาไว้ประมาณ 3–6 เดือน</p>
<p><strong>Q4: แบบแปลนโรงงานต้องให้วิศวกรจัดทำไหม?</strong></p>
<p>A: ไม่ได้บังคับทุกกรณี แต่แนะนำให้วิศวกรที่มีใบอนุญาต (กว.) จัดทำ โดยเฉพาะโรงงานขนาดกลาง–ใหญ่หรือมีโครงสร้างซับซ้อน เพื่อความถูกต้อง และลดโอกาสถูกตีกลับ ส่วนโรงงานขนาดเล็กสามารถจัดทำเองได้ หากแบบแปลนชัดเจนและมีมาตราส่วนถูกต้อง</p>
<p><strong>Q5: ถ้ายื่นเอกสารไม่ครบ จะถูกปฏิเสธทันทีไหม?</strong></p>
<p>A: ยังไม่ถูกปฏิเสธทันที โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่จะให้แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมก่อน แต่จะทำให้ระยะเวลาพิจารณาล่าช้า ดังนั้นควรตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนให้ครบก่อนยื่นทุกครั้ง</p>
<hr />
<p>ถ้ากำลังเตรียมยื่นใบอนุญาตโรงงาน ทีม <a href="https://csrich1.com/" rel="noopener">C&amp;S Rich1</a> ช่วยดูแลครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร จัดทำแบบแปลน ไปจนถึงยื่นขออนุญาตและต่ออายุ เพื่อให้กระบวนการผ่านได้รวดเร็วและไม่สะดุด</p>
<p>ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่<a href="https://csrich1.com/factory-license-service/" rel="noopener">หน้าบริการขอใบอนุญาตโรงงาน</a> หรือติดต่อเราได้เลย</p>
<hr />
<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779" rel="noopener">064-560-7779</a></p>
<p>💬 Line: @cs0645607779</p>
<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com" rel="noopener">csrich188@gmail.com</a></p>
<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr=#" rel="noopener" target="_blank">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.) สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเผยแพร่สื่อ</title>
		<link>https://csrich1.com/medical-device-advertising-license/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 04:03:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การโฆษณาเครื่องมือแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[เลข ฆพ. คืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1438</guid>

					<description><![CDATA[คิดจะโฆษณาเครื่องมือแพทย์ ห้ามพลาด! รวมขั้นตอนขอเลข ฆพ. เอกสารที่ต้องใช้ และข้อห้ามสำคัญ ที่ช่วยให้คุณไม่เสี่ยงโดนปรับหรือผิดกฎหมาย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์</strong> หรือที่เรียกกันว่า &#8220;เลข ฆพ.&#8221; คือเอกสารที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกให้เพื่ออนุญาตให้โฆษณาเครื่องมือแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมาย ก่อนที่คุณจะลงโฆษณาทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, เว็บไซต์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ คุณต้องได้รับอนุญาตก่อนเสมอ ไม่งั้นจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์</p>



<p>บทความนี้จะอธิบายครบทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่ว่าโฆษณาแบบไหนต้องขอ ขั้นตอนการยื่นเอกสาร เอกสารที่ต้องเตรียม ข้อห้ามที่ต้องระวัง ไปจนถึงโทษถ้าโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการทำการตลาดอย่างถูกต้อง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.) คืออะไร และทำไมต้องมี?</h2>



<p><strong>ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.)</strong> คือเอกสารอนุญาตที่ออกโดย อย. ให้กับผู้ที่ต้องการโฆษณาเครื่องมือแพทย์ ต่อสาธารณะ โดย &#8220;เลข ฆพ.&#8221; ที่ได้จะต้องแสดงบนโฆษณาทุกชิ้น เพื่อยืนยันว่าเนื้อหาโฆษณานั้นผ่านการตรวจสอบจาก อย. แล้ว</p>



<p>เหตุที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตก่อนโฆษณา เป็นเพราะเครื่องมือแพทย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค การโฆษณาที่เกินจริง อ้างสรรพคุณเกินความเป็นจริง หรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่องมือ อาจทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจผิดพลาดและเกิดอันตรายได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="585" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/photorealistic-hyper-realistic-image-white-background-ai-generated-by-freepik-1024x585.jpg" alt="ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.)" class="wp-image-1465" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/photorealistic-hyper-realistic-image-white-background-ai-generated-by-freepik-1024x585.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/photorealistic-hyper-realistic-image-white-background-ai-generated-by-freepik-300x171.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/photorealistic-hyper-realistic-image-white-background-ai-generated-by-freepik-768x439.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/photorealistic-hyper-realistic-image-white-background-ai-generated-by-freepik-1536x878.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/photorealistic-hyper-realistic-image-white-background-ai-generated-by-freepik-2048x1170.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (เลข ฆพ.) ต้องได้รับก่อนเผยแพร่โฆษณาทุกชิ้นในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ การโฆษณาโดยไม่มีเลข ฆพ. ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย มีโทษทั้งปรับและจำคุก

</p>

</div>



<p>เครื่องมือแพทย์ในที่นี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดน้ำตาล อุปกรณ์ช่วยฟัง แผ่นทดสอบต่าง ๆ ไปจนถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาล ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. ก่อน และถ้าจะโฆษณาก็ต้องขอเลข ฆพ. ด้วยเช่นกัน หากสินค้าของคุณยังไม่ได้จด อย. ให้อ่านบทความ <a href="https://csrich1.com/medical-device-license-guide-2026">การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์กับ อย.</a> ก่อนดำเนินการขอใบอนุญาตโฆษณา</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">โฆษณาเครื่องมือแพทย์แบบไหนต้องขอใบอนุญาต ฆพ.?</h2>



<p>โดยหลักการแล้ว <strong>การโฆษณาเครื่องมือแพทย์ทุกรูปแบบที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ</strong> ต้องขอใบอนุญาตจาก อย. ก่อน แต่ระดับการตรวจสอบและขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามประเภทสื่อ ดูรายละเอียดแต่ละช่องทางได้ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. สื่อออนไลน์ (Facebook, Instagram, TikTok, YouTube)</h3>



<p>สื่อโซเชียลมีเดียถือเป็นช่องทางที่ อย. ให้ความสำคัญและตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ทั่วไป รูปภาพ วิดีโอรีวิว หรือคอนเทนต์ Influencer ที่พูดถึงสรรพคุณของเครื่องมือแพทย์ ทั้งหมดต้องมีเลข ฆพ. กำกับ</p>



<p>โดยเฉพาะ TikTok และ YouTube ที่มีรูปแบบวิดีโอสาธิตการใช้งานหรืออ้างสรรพคุณ ซึ่งมีโอกาสถูกตรวจสอบสูง ผู้ผลิตคอนเทนต์และเจ้าของแบรนด์ต้องรับผิดชอบร่วมกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. สื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์</h3>



<p>โฆษณาในนิตยสาร หนังสือพิมพ์ โบรชัวร์ แคตตาล็อก รวมถึงสปอตโฆษณาทางโทรทัศน์ ทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติจาก อย. ก่อนเผยแพร่ สื่อประเภทนี้มักใช้เวลาในการยื่นขออนุญาตนานกว่าสื่อออนไลน์ เพราะต้องส่งชุดเอกสารให้ครบถ้วน</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. เว็บไซต์และ E-commerce</h3>



<p>หน้าเว็บไซต์ที่แสดงสรรพคุณ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ หรือข้อความที่เข้าข่ายเป็นการโฆษณาก็ต้องขอ ฆพ. เช่นกัน รวมถึงหน้าสินค้าบน Shopee, Lazada, และแพลตฟอร์ม E-commerce อื่น ๆ ที่มีการอ้างสรรพคุณเกี่ยวกับสุขภาพหรือการรักษา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/43654977-66cd-45e5-83be-9c09dba84d72-1024x1024.jpg" alt="โฆษณาเครื่องมือแพทย์ " class="wp-image-1468" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/43654977-66cd-45e5-83be-9c09dba84d72-1024x1024.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/43654977-66cd-45e5-83be-9c09dba84d72-300x300.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/43654977-66cd-45e5-83be-9c09dba84d72-150x150.jpg 150w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/43654977-66cd-45e5-83be-9c09dba84d72-768x768.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/43654977-66cd-45e5-83be-9c09dba84d72-1536x1536.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/43654977-66cd-45e5-83be-9c09dba84d72.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนขอใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์</h2>



<p>การขอ <strong>ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์</strong> สามารถยื่นผ่านระบบ e-Submission ของ อย. หรือยื่นเอกสารได้ที่ สำนักงาน อย. โดยตรง ขั้นตอนหลัก ๆ มีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์</h3>



<p>ก่อนยื่นขอ ฆพ. ต้องมั่นใจก่อนว่าเครื่องมือแพทย์ที่จะโฆษณาได้รับเลขทะเบียนจาก อย. เรียบร้อยแล้ว เพราะ อย. จะไม่อนุมัติโฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หากยังไม่มีเลขทะเบียน สามารถดูขั้นตอน <a href="https://csrich1.com/medical-device-license-guide-2026">จด อย. เครื่องมือแพทย์</a> ได้เลย</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. เตรียมร่างโฆษณา</h3>



<p>จัดทำร่างโฆษณาที่ต้องการเผยแพร่ให้ครบถ้วนตามรูปแบบที่ อย. กำหนด ได้แก่ ข้อความโฆษณา รูปภาพประกอบ คำอ้างอิงสรรพคุณ และข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยต้องระวังไม่ใช้ข้อความต้องห้ามที่จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. รวบรวมเอกสารประกอบ</h3>



<p>เตรียมเอกสารทั้งหมดให้พร้อมก่อนยื่น รายการเอกสารที่ต้องใช้จะอยู่ในหัวข้อถัดไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission</h3>



<p>ยื่นคำขอพร้อมเอกสารทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ อย. หรือมายื่นเองที่ อย. กรณีที่เอกสารครบถ้วนและร่างโฆษณาไม่มีปัญหา อย. จะออกเลข ฆพ. ให้</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. รอผล และแก้ไขถ้าจำเป็น</h3>



<p>เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบร่างโฆษณาและเอกสาร ถ้ามีส่วนที่ต้องแก้ไขจะแจ้งกลับมา ต้องดำเนินการแก้ไขและส่งกลับภายในเวลาที่กำหนด</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์</h2>



<p> เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขอ <strong>ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์</strong> มีดังนี้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจมีเอกสารเพิ่มเติมตามลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>คำขออนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์</strong> &#8211; แบบฟอร์ม ฆพ. ตามที่ อย. กำหนด</li>



<li><strong>สำเนาใบสำคัญการจดทะเบียนเครื่องมือแพทย์</strong> &#8211; เลขทะเบียน อย. ของผลิตภัณฑ์ที่จะโฆษณา</li>



<li><strong>ร่างโฆษณา</strong> &#8211; ทุกรูปแบบที่จะใช้ (ข้อความ รูปภาพ ไฟล์วิดีโอ หรือสคริปต์โฆษณา)</li>



<li><strong>หนังสือมอบอำนาจ</strong> &#8211; กรณีให้บุคคลอื่นหรือบริษัทตัวแทนดำเนินการแทน</li>



<li><strong>เอกสารยืนยันตัวตนของผู้ขออนุญาต</strong> &#8211; สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือรับรองบริษัท</li>



<li><strong>เอกสารอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์</strong> &#8211; กรณีที่โฆษณาอ้างอิงผลการศึกษาหรือสรรพคุณเฉพาะ</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/businesswoman-explaining-digital-tablet-coworkers-office-1024x575.jpg" alt="คำขออนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ " class="wp-image-1288" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/businesswoman-explaining-digital-tablet-coworkers-office-1024x575.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/businesswoman-explaining-digital-tablet-coworkers-office-300x169.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/businesswoman-explaining-digital-tablet-coworkers-office-768x431.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/businesswoman-explaining-digital-tablet-coworkers-office-1536x863.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/businesswoman-explaining-digital-tablet-coworkers-office-2048x1151.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">เตรียมร่างโฆษณาให้พร้อมเป็นเวอร์ชันสุดท้ายก่อนยื่น เพราะถ้าแก้ไขเนื้อหาโฆษณาหลังจากได้รับเลข ฆพ. ไปแล้ว จะต้องยื่นขออนุญาตใหม่ทั้งหมด ซึ่งเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย</p>

</div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ข้อห้ามและข้อความที่ใช้ไม่ได้ในโฆษณาเครื่องมือแพทย์</h2>



<p>นี่คือจุดที่ผู้ประกอบการหลายรายพลาดมากที่สุด เพราะบางข้อความดูเหมือนธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วผิดกฎหมาย อย. กำหนดข้อห้ามไว้ชัดเจนดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อความที่ใช้ไม่ได้</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อ้างว่ารักษาหรือบำบัดโรคได้</strong> เครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้ใช้ &#8220;วัด&#8221; &#8220;ตรวจ&#8221; หรือ &#8220;ช่วย&#8221; ไม่ใช่ &#8220;รักษา&#8221; หรือ &#8220;หาย&#8221;</li>



<li><strong>ใช้คำที่เกินจริง</strong> เช่น &#8220;ดีที่สุด&#8221;, &#8220;หายขาด&#8221;, &#8220;รับประกัน 100%&#8221;, &#8220;ปลอดภัยที่สุด&#8221;</li>



<li><strong>อ้างคำรับรองจากแพทย์หรือสถาบันการแพทย์</strong> โดยไม่มีหลักฐาน</li>



<li><strong>ใช้รูปภาพเปรียบเทียบก่อน-หลัง</strong> ที่แสดงผลการรักษาอย่างชัดเจน</li>



<li><strong>อ้างสรรพคุณที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียน</strong> ที่ได้รับอนุญาต</li>



<li><strong>ใช้ภาษาที่ทำให้เข้าใจผิด</strong> ว่าผลิตภัณฑ์มีสรรพคุณเกินกว่าที่ขึ้นทะเบียนไว้</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่ต้องแสดงในโฆษณาทุกชิ้น</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>เลขที่ใบอนุญาตโฆษณา (เลข ฆพ.)</li>



<li>ชื่อผลิตภัณฑ์ตรงตามที่จดทะเบียน</li>



<li>ข้อความเตือนหรือคำแนะนำการใช้งาน (ถ้ามีตามที่ อย. กำหนด)</li>
</ul>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">Influencer หรือ KOL ที่รับจ้างรีวิวเครื่องมือแพทย์ และอ้างสรรพคุณโดยไม่มีเลข ฆพ. กำกับ ถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน ทั้งเจ้าของแบรนด์ และผู้โฆษณาต้องรับผิดชอบร่วมกันตามกฎหมาย</p>

</div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">โทษถ้าโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต</h2>



<p>การโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โทษที่กำหนดไว้มีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>โทษปรับ</strong> ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต</li>



<li><strong>โทษจำคุก</strong> ไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่เป็นการโฆษณาที่เป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินจริง</li>



<li><strong>คำสั่งให้หยุดโฆษณาและลบโฆษณา</strong> ทุกช่องทางทันที</li>



<li><strong>ระงับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์</strong> ได้ในบางกรณี</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medical-form-with-words-medical-malpractice-gavel-1024x683.jpg" alt="โทษโฆษณาเครื่องมือแพทย์" class="wp-image-1469" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medical-form-with-words-medical-malpractice-gavel-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medical-form-with-words-medical-malpractice-gavel-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medical-form-with-words-medical-malpractice-gavel-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medical-form-with-words-medical-malpractice-gavel-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medical-form-with-words-medical-malpractice-gavel-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกจากโทษทางกฎหมายแล้ว ยังมีผลต่อภาพลักษณ์ธุรกิจด้วย โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลแพร่กระจายเร็วบนโซเชียลมีเดีย การถูกรายงานและมีข่าวว่าโฆษณาผิดกฎหมายสร้างความเสียหายต่อแบรนด์ได้มาก</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ระยะเวลาพิจารณาและค่าธรรมเนียม</h2>



<p>ระยะเวลาในการพิจารณาขอ <strong>ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์</strong> ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและความซับซ้อนของโฆษณาที่ยื่น โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ <strong>15-30 วันทำการ</strong> นับจากวันที่เอกสารครบถ้วน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ถ้าเอกสารไม่ครบหรือต้องแก้ไขร่างโฆษณา ระยะเวลาจะยืดออกไปตามจำนวนครั้งที่ต้องแก้ไข ผู้ประกอบการควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนวันที่ต้องการเผยแพร่โฆษณา เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับกระบวนการทั้งหมด</p>



<p>ค่าธรรมเนียมการขออนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์จะแตกต่างกันตามประเภทสื่อและจำนวนโฆษณาที่ยื่น ควรตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันจากประกาศ อย. โดยตรง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p><strong>ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ (ฆพ.)</strong> เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือตัวแทนจำหน่าย การโฆษณาก่อนได้รับอนุญาตมีความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมายและภาพลักษณ์ธุรกิจ</p>



<p>สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ ต้องได้รับ อย. เครื่องมือแพทย์ก่อน แล้วจึงค่อยยื่นขอใบอนุญาตโฆษณา และต้องระวังข้อความต้องห้ามในทุกชิ้นงานโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์หรือออฟไลน์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>



<p></p>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777963304221" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: ถ้าโฆษณาแค่ชื่อสินค้า และราคา บนโซเชียลมีเดีย ต้องขอ ฆพ. ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ถ้าโพสต์ไม่มีการอ้างสรรพคุณ ไม่มีข้อความที่เข้าข่ายการโฆษณา และแสดงแค่ชื่อผลิตภัณฑ์กับราคา อาจไม่เข้าข่ายที่ต้องขออนุญาต แต่ในทางปฏิบัติแนะนำให้ปรึกษา อย. หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย เพราะการตีความกฎหมายในแต่ละกรณีอาจแตกต่างกัน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777963312518" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ใบอนุญาตโฆษณา ฆพ. มีอายุกี่ปี?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์มีอายุ 3 ปี และต้องต่ออายุก่อนที่จะหมดอายุ ถ้าปล่อยให้หมดอายุแล้วยังโฆษณาต่อ ถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกับการไม่มีใบอนุญาต</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777963319304" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ถ้าเปลี่ยนรูปโฆษณาเล็กน้อย ต้องขอใหม่ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลง ถ้าเปลี่ยนเนื้อหาหลัก เช่น ข้อความสรรพคุณ หรือรูปภาพสำคัญ ต้องยื่นขออนุญาตใหม่ แต่ถ้าเป็นการปรับสีหรือขนาดตัวอักษรเล็กน้อยอาจไม่ต้อง แนะนำให้สอบถาม อย. ก่อนเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777963331075" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: Influencer ที่รีวิวสินค้าต้องมีเลข ฆพ. ด้วยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ใช่ เนื้อหาที่ Influencer เผยแพร่และเข้าข่ายเป็นการโฆษณาเครื่องมือแพทย์ต้องมีเลข ฆพ. กำกับ เจ้าของแบรนด์มีหน้าที่แจ้งเลข ฆพ. ให้ Influencer นำไปแสดงในโพสต์</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777963343693" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ยื่นขอ ฆพ. เองได้ไหม หรือต้องใช้บริษัทตัวแทน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: สามารถยื่นเองได้ ถ้ามีความรู้เรื่องเอกสารและขั้นตอน แต่ถ้าไม่แน่ใจเรื่องข้อกฎหมาย ร่างโฆษณา หรือเอกสาร การใช้บริษัทที่มีประสบการณ์ช่วยจัดการจะลดความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธและทำให้กระบวนการเร็วขึ้น</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>ถ้าคุณกำลังวางแผนโฆษณาเครื่องมือแพทย์และต้องการให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย ทีมงาน <strong>C&amp;S Rich1</strong> มีประสบการณ์กว่า 7 ปีในการให้บริการ<a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/">ขอใบอนุญาตโฆษณา</a>และ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย.</a>สำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ดูแลกว่า 500 เคส พร้อมติดตามงานจนสำเร็จ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอกสารจด อย. ต้องเตรียมอะไรบ้าง? เช็คลิสต์ฉบับสมบูรณ์ทุกประเภทสินค้า</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-documents-checklist/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 03:50:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอ อย. อาหารเสริม เอกสาร]]></category>
		<category><![CDATA[เช็คลิสต์เอกสาร อย.]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสารจด อย.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1441</guid>

					<description><![CDATA[เอกสารจด อย. แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือเอกสารบริษัทและเอกสารผลิตภัณฑ์ ครบทุกประเภท อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และยา พร้อม Tips เตรียมให้รวดเร็ว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>เอกสารจด อย.</strong> แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ เอกสารของบริษัทหรือผู้ประกอบการ และเอกสารเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขึ้นทะเบียน โดยเอกสารชุดแรกใช้ได้ทุกประเภทสินค้า ส่วนชุดที่สองจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าสินค้านั้นเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือยา</p>



<p>บทความนี้จะรวบรวมรายการเอกสารจด อย. ไว้ครบในที่เดียว ครอบคลุมทุกประเภทสินค้า พร้อมตารางเปรียบเทียบ Tips การเตรียมเอกสาร และข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจนทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น</p>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เอกสารจด อย. คืออะไร และทำไมต้องเตรียมให้ครบ?</h



<p>เอกสารจด อย. คือชุดเอกสารที่ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียม และยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) เพื่อขอขึ้นทะเบียนสินค้า หรือแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะวางจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย</p>



<p>เหตุผลที่ต้องเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกคือ ถ้าเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง อย. จะส่งเรื่องกลับมาให้แก้ไข ซึ่งหมายความว่าต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ระยะเวลาที่ต้องรอจะยาวออกไปอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ผลกระทบที่ตามมาคือเปิดตัวสินค้าช้า และต้นทุนโดยรวมสูงขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-1024x683.jpg" alt="เอกสารจด อย. คือ" class="wp-image-1271" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/social-worker-explaining-documents-1-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

เอกสารจด อย. แบ่งเป็น 2 กลุ่ม &#8211; เอกสารบริษัทที่ใช้ร่วมกันได้ทุกสินค้า และเอกสารผลิตภัณฑ์ที่ต้องเตรียมแยกตามประเภทสินค้า การเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นช่วยลดเวลารอได้หลายสัปดาห์

</p>

</div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">กลุ่มที่ 1 &#8211; เอกสารบริษัทและผู้ประกอบการ (ใช้ได้ทุกประเภทสินค้า)</h2>



<p>เอกสารชุดนี้เกี่ยวกับตัวตนของบริษัทหรือผู้ขอจด อย. ไม่ว่าสินค้าจะเป็นประเภทอะไร ก็ต้องใช้เอกสารกลุ่มนี้ทั้งหมด สำหรับบริษัทที่มีสินค้าหลายตัว เอกสารชุดนี้เตรียมครั้งเดียวแล้วใช้ซ้ำได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. หนังสือรับรองบริษัท (ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน)</h3>



<p>หนังสือรับรองบริษัทต้องเป็นฉบับที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และมีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ยื่นเรื่อง ระบุวัตถุประสงค์ของบริษัทที่ครอบคลุมการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าประเภทนั้น ๆ ด้วย ถ้าวัตถุประสงค์ไม่ตรงกับประเภทสินค้าที่ขอจด อย. อาจต้องแก้ไขข้อมูลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ</h3>



<p>ต้องเป็นสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนาม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง บางกรณีที่มีกรรมการหลายคน อาจต้องแนบสำเนาของกรรมการทุกคนขึ้นอยู่กับรูปแบบอำนาจในหนังสือรับรองบริษัท</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. เอกสารสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า</h3>



<p>เอกสารส่วนนี้ใช้ยืนยันว่าผู้ประกอบการมีสิทธิ์ใช้สถานที่ในการผลิตสินค้า หรือใช้เป็นสถานที่นำเข้า/จัดเก็บสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปประกอบด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำเนาทะเบียนบ้านหรือหลักฐานที่ตั้งสถานที่ผลิต</li>



<li>ใบอนุญาตผลิต (ถ้ามีอยู่แล้ว) หรือเอกสารแสดงว่าสถานที่ผ่านการตรวจจาก อย.</li>



<li>สำหรับสินค้านำเข้า ให้แนบหลักฐานที่ตั้งโกดังหรือสถานที่เก็บสินค้าแทน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">4. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีใช้ตัวแทนยื่นแทน)</h3>



<p>ถ้าผู้ประกอบการไม่ได้ยื่นเองโดยตรง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/215398_0-1024x768.jpg" alt="ปรึกษา เอกสาร จด อย." class="wp-image-873" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/215398_0-1024x768.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/215398_0-300x225.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/215398_0-768x576.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/215398_0.jpg 1477w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">กลุ่มที่ 2 &#8211; เอกสารผลิตภัณฑ์ (แตกต่างตามประเภทสินค้า)</h2>



<p>นอกจากเอกสารบริษัทแล้ว แต่ละประเภทสินค้ายังต้องการเอกสารเฉพาะของตัวเองอีกชุดหนึ่ง ซึ่งส่วนนี้แหละที่ผู้ประกอบการมักสับสนหรือเตรียมผิดบ่อยที่สุด เพราะข้อกำหนดแตกต่างกันค่อนข้างมากในแต่ละประเภท</p>



<h3 class="wp-block-heading">อาหารเสริม (Dietary Supplement)</h3>



<p>สินค้าประเภทอาหารเสริมต้องแจ้งรายละเอียดผ่านระบบ e-submission ของ อย. โดยเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมมีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สูตรส่วนประกอบ (Formula)</strong> ระบุชื่อ ปริมาณ และหน้าที่ของส่วนประกอบทุกตัว รวมถึง Excipient ที่ใช้</li>



<li><strong>ผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis &#8211; CoA)</strong> จากห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง ระบุปริมาณสารสำคัญ และผลการตรวจความปลอดภัยพื้นฐาน</li>



<li><strong>ฉลากสินค้า</strong> ที่ออกแบบให้ถูกต้องตามประกาศ อย. เช่น ขนาดตัวอักษร การระบุส่วนประกอบ คำเตือน และรายละเอียดโภชนาการ (ถ้าจำเป็น)</li>



<li><strong>เอกสารรับรองความปลอดภัยของวัตถุดิบ</strong> สำหรับส่วนประกอบที่มีความเสี่ยงหรือยังไม่เป็น Novel Food ที่ อย. อนุมัติ</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">เครื่องสำอาง (Cosmetics)</h3>



<p>เครื่องสำอางในไทยใช้ระบบ แจ้ง ไม่ใช่ ขึ้นทะเบียน แต่เอกสารที่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อมมีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สูตรส่วนผสม (Formula / Ingredient List)</strong> ตามมาตรฐาน INCI Name และปริมาณแต่ละส่วนประกอบ</li>



<li><strong>Safety Assessment</strong> รายงานการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญ (สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือสินค้านำเข้า)</li>



<li><strong>ฉลากสินค้า</strong> ระบุครบตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งชื่อสินค้า ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน วันหมดอายุ และข้อมูลผู้จำหน่าย</li>



<li><strong>Certificate of Free Sale (CFS)</strong> สำหรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ออกโดยหน่วยงานรัฐของประเทศผู้ผลิต</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="672" height="449" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/fda-sv4.webp" alt="เครื่องสำอาง (Cosmetics)" class="wp-image-1054" style="width:800px;height:auto" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/fda-sv4.webp 672w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/03/fda-sv4-300x200.webp 300w" sizes="(max-width: 672px) 100vw, 672px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เครื่องมือแพทย์ (Medical Device)</h3>



<p>เครื่องมือแพทย์มีขั้นตอนซับซ้อนที่สุด และแบ่งเป็นหลาย Class ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของอุปกรณ์ เอกสารหลักที่ต้องเตรียมมีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>CE Mark หรือ ISO 13485</strong> ใบรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศ (สำหรับสินค้านำเข้า) แสดงว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล</li>



<li><strong>Technical File / Technical Documentation</strong> เอกสารแสดงรายละเอียดทางเทคนิคของอุปกรณ์ วัสดุที่ใช้ กระบวนการผลิต และผลการทดสอบ</li>



<li><strong>ใบรับรอง GDPMD (Good Distribution Practice for Medical Devices)</strong> สำหรับผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในไทย ซึ่งต้องได้รับการตรวจและรับรองจาก อย. ก่อน</li>



<li><strong>IFU (Instructions for Use)</strong> คู่มือการใช้งานที่แปลเป็นภาษาไทยแล้ว</li>



<li><strong>Authorization Letter</strong> จากผู้ผลิตต่างประเทศ มอบอำนาจให้ผู้นำเข้าในไทยดำเนินการจด อย. แทน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ยา (Pharmaceutical)</h3>



<p>ยาเป็นประเภทที่มีข้อกำหนดเข้มงวดที่สุด และกระบวนการขึ้นทะเบียนใช้เวลานานที่สุด เอกสารที่จำเป็นได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ใบรับรอง GMP (Good Manufacturing Practice)</strong> แสดงว่าโรงงานผลิตผ่านมาตรฐาน WHO-GMP หรือ PIC/S GMP</li>



<li><strong>ทะเบียนตำรับยา (Drug Master File &#8211; DMF)</strong> รายละเอียดสูตรตำรับ กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพ</li>



<li><strong>ผลการทดสอบความคงสภาพ (Stability Study)</strong> ระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนสำหรับ Accelerated Study หรือ 12 เดือนสำหรับ Long-term Study</li>



<li><strong>ผลการทดสอบทางคลินิก (Clinical Trial Data)</strong> สำหรับยาใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับการขึ้นทะเบียนที่ไหนในโลก</li>



<li><strong>Certificate of Pharmaceutical Product (CPP)</strong> จากประเทศผู้ผลิต (สำหรับยานำเข้า)</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">Tips การเตรียมเอกสารจด อย. ให้รวดเร็วและไม่สะดุด</h2>



<p>การเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่แรกเป็นสิ่งที่ช่วยประหยัดเวลาได้มากที่สุด จากประสบการณ์ดูแลเคสจด อย. มากกว่า 500 เคสของทีม <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> ปัญหาที่เจอซ้ำ ๆ มักมาจากจุดเดิม ๆ ทุกครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เช็คอายุเอกสารก่อนยื่นเสมอ</h3>



<p>หนังสือรับรองบริษัทที่ใช้ได้ต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน ถ้าคุณมีเอกสารอยู่แล้วแต่ออกมานานกว่านั้น ต้องขอใหม่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าลืมตรวจสอบแล้วยื่นไปเลย อย. จะส่งกลับมาให้แก้ไขและนับระยะเวลาใหม่</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ฉลากสินค้าต้องผ่านการตรวจก่อนผลิตจริง</h3>



<p>หลายคนออกแบบฉลากเสร็จแล้วรีบไปผลิตเลย แต่ถ้าฉลากไม่ผ่านการอนุมัติจาก อย. ก็ต้องแก้ไขและพิมพ์ใหม่ ซึ่งสิ้นเปลืองทั้งเวลา และต้นทุน ควรส่งตรวจฉลากล่วงหน้าก่อนเริ่มผลิตจำนวนมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. CoA ต้องมาจากแล็บที่ได้รับการรับรอง</h3>



<p>ผลการวิเคราะห์ที่ใช้ประกอบการยื่น อย. ต้องมาจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ผลจากแล็บทั่วไปหรือแล็บภายในโรงงานที่ไม่ได้รับรอง อย. จะไม่ยอมรับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. เอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลพร้อมรับรอง</h3>



<p>CoA, Safety Assessment, CE Mark หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ออกมาเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ต้องแนบคำแปลภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลถูกต้องโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง</p>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">เตรียม &#8220;โฟลเดอร์เอกสารบริษัท&#8221; ไว้ล่วงหน้า รวบรวมหนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ และเอกสารสถานที่ไว้ในที่เดียว พอต้องยื่นสินค้าหลายตัวจะได้ไม่ต้องตามหาใหม่ทุกครั้ง</p>

</div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเตรียมเอกสารจด อย.</h2>



<p>จากการดูแลเคสของลูกค้ามานานหลายปี ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามักวนซ้ำที่จุดเดิม ๆ ต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด</p>



<p><strong>1. วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมประเภทสินค้า</strong> &#8211; เช่น บริษัทจดทะเบียนเพื่อ &#8220;จำหน่ายสินค้าทั่วไป&#8221; แต่ขอจด อย. อาหารเสริม ต้องไปแก้วัตถุประสงค์ก่อน</p>



<p><strong>2. ฉลากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน</strong> &#8211; ขนาดตัวอักษรเล็กเกินไป ไม่มีคำเตือนที่กำหนด หรือไม่ระบุที่อยู่ผู้ผลิตให้ชัดเจน</p>



<p><strong>3. สูตรส่วนประกอบไม่ตรงกับฉลาก</strong> &#8211; ปริมาณสารสำคัญที่ระบุในสูตรกับที่พิมพ์บนฉลากไม่สอดคล้องกัน</p>



<p><strong>4. ขาดเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ</strong> &#8211; สำหรับสินค้านำเข้า มักลืมขอ Authorization Letter หรือ Free Sale Certificate จากผู้ผลิตซึ่งต้องใช้เวลาในการติดต่อและรับเอกสาร</p>



<p><strong>5. ผลแล็บหมดอายุ</strong> &#8211; CoA บางฉบับมีอายุที่กำหนดไว้ ต้องตรวจสอบวันหมดอายุของผลวิเคราะห์ก่อนยื่น</p>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">อย่าส่งเอกสารที่ยังไม่ครบหรือยังไม่แน่ใจว่าถูกต้อง เพราะถ้า อย. ตีกลับจะต้องรอคิวใหม่ตั้งแต่ต้น ในบางช่วงที่มีผู้ยื่นจำนวนมาก การรอคิวใหม่อาจนานถึงหลายสัปดาห์</p>

</div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>เอกสารจด อย. แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เอกสารของบริษัทและเอกสารผลิตภัณฑ์ โดยเอกสารบริษัทใช้ร่วมกันได้ทุกสินค้า เช่น หนังสือรับรองบริษัท บัตรประชาชนกรรมการ และเอกสารสถานที่ผลิตหรือนำเข้า ส่วนเอกสารผลิตภัณฑ์จะแตกต่างตามประเภทสินค้า เช่น อาหารเสริมต้องมีสูตรและผลแล็บ เครื่องสำอางต้องมีสูตรและฉลาก เครื่องมือแพทย์และยาต้องมีเอกสารมาตรฐานและผลการทดสอบเพิ่มเติม</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารจด อย.</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777963736910" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: เอกสารจด อย. ต้องเตรียมกี่ชุด?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: โดยทั่วไป อย. กำหนดให้ยื่นเอกสารต้นฉบับหรือสำเนารับรองถูกต้อง 1 ชุด แต่ควรเก็บสำเนาไว้อีกอย่างน้อย 1 ชุดเผื่อกรณีต้องส่งเพิ่มเติมหรือยื่นแก้ไขในภายหลัง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777963746463" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้จดทะเบียนบริษัท ขอจด อย. ได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ได้ สำหรับบางประเภทสินค้า เช่น เครื่องสำอาง บุคคลธรรมดาสามารถแจ้งข้อมูลได้โดยใช้สำเนาบัตรประชาชนแทนหนังสือรับรองบริษัท</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777963755424" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: เอกสารภาษาอังกฤษต้องแปลทุกฉบับไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เอกสารที่ต้องแปล และรับรองคำแปลมีเฉพาะเอกสารที่ อย. ร้องขอในรูปแบบภาษาไทย เช่น ฉลาก คู่มือการใช้งาน และบางส่วนของ Technical File ส่วนเอกสารทางเทคนิคบางชนิดเช่น CoA มักยอมรับเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777963762595" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการรวบรวมเอกสารจด อย.?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เอกสารบริษัท เช่น หนังสือรับรองบริษัทใช้เวลา 1-3 วัน ส่วนเอกสารผลิตภัณฑ์เช่น CoA หรือ Safety Assessment อาจต้องรอ 2-4 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับแล็บที่ใช้ สำหรับสินค้านำเข้าการรอเอกสารจากต่างประเทศอาจใช้เวลานานกว่านั้น</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777963772757" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: จ้างที่ปรึกษาจด อย. มีข้อดีอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์จะช่วยตรวจสอบเอกสารก่อนยื่น ลดโอกาสถูกตีกลับ และแนะนำเส้นทางที่เร็วที่สุดสำหรับสินค้าแต่ละประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่มีความซับซ้อนอย่างเครื่องมือแพทย์หรือยา การใช้ที่ปรึกษาช่วยประหยัดเวลาได้มาก</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>ถ้าคุณกำลังเตรียมเอกสารสำหรับ<strong>จด อย.</strong> และอยากให้มีคนตรวจสอบว่าครบหรือยัง ทีม <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> พร้อมให้คำปรึกษาได้ทันที เราดูแลเคสจด อย. มาแล้วกว่า 500 เคสใน 7 ปี อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a> หรือติดต่อเราได้เลย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมจด อย. ไม่ผ่าน? 6 ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ก่อนยื่น</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-registration-rejected-common-problems/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 07:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย. สินค้านำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย. เครื่องมือแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย.ไม่ผ่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1435</guid>

					<description><![CDATA[จด อย. ไม่ผ่านเพราะเอกสารผิด ฉลากบกพร่อง หรือสถานที่ไม่ผ่านมาตรฐาน รวม 6 ปัญหาหลัก พร้อมค่าปรับที่ต้องรู้และวิธีเตรียมตัวก่อนยื่น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สาเหตุที่ <strong>จด อย. ไม่ผ่าน</strong> บ่อยที่สุด คือเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง รองลงมา คือฉลากผลิตภัณฑ์บกพร่อง สถานที่ผลิตไม่ผ่านมาตรฐาน GMP และสูตรหรือส่วนผสมที่ไม่ตรงข้อกำหนด ปัญหาเหล่านี้เกิดซ้ำกับผู้ประกอบการที่ยื่นด้วยตัวเองครั้งแรก ทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไขและยื่นใหม่หลายรอบ บางรายใช้เวลาเกิน 6 เดือนกว่าจะได้เลข อย.</p>



<p>บทความนี้รวบรวม 6 ปัญหาหลักที่ทำให้คำขอจด อย. ถูกปฏิเสธ พร้อมวิธีแก้ไขแต่ละจุด เอกสารที่ต้องเตรียม การเตรียมสถานที่ผลิต และโทษทางกฎหมายถ้าไม่จด อย. ตามกำหนด อ่านจบแล้วจะรู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนยื่นจริงเพื่อให้ผ่านในรอบแรก</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">จด อย. ไม่ผ่าน เกิดจากอะไร?</h2>



<p><strong>คำขอจด อย. ไม่ผ่าน</strong> ไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์ไม่ดีหรือไม่ปลอดภัยเสมอไป ส่วนใหญ่เกิดจากความบกพร่องด้านเอกสาร และขั้นตอนที่แก้ไขได้ อย. จะพิจารณาจากหลายมิติพร้อมกัน ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ สถานที่ผลิต เอกสารประกอบ และฉลาก ถ้าจุดใดจุดหนึ่งบกพร่อง คำขอทั้งหมดจะถูกส่งกลับมาแก้ไข</p>



<p>จากประสบการณ์ดูแลเคสมากกว่า 500 ราย C&amp;S Rich1 พบว่าปัญหาส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้น ถ้ารู้ว่าจุดไหนที่ อย. ตรวจเข้มข้นที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-1024x576.jpg" alt="คำขอจด อย. ไม่ผ่าน ไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์ไม่ดี" class="wp-image-1450" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-1024x576.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-300x169.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-768x432.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-1536x864.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/unhappy-chinese-married-couple-calculating-budget-calculator-dining-room-home-surprised-man-holding-his-head-worrying-about-lack-money-pay-loan-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p><p style="margin: 0; color: #333;">อย. ไม่ได้ &#8220;ปัดตก&#8221; คำขอถาวร แต่จะแจ้งให้แก้ไขและยื่นใหม่ อย่างไรก็ตาม แต่ละรอบที่ต้องยื่นซ้ำหมายถึงเวลา และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การเตรียมให้ถูกตั้งแต่แรกจึงคุ้มกว่ามาก</p></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">6 ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดและวิธีแก้ไข</h2>



<p>ปัญหาที่ทำให้<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย.</a> ไม่ผ่านมีหลายจุด แต่ที่พบซ้ำกันในเกือบทุกเคสมี 6 ข้อหลักที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ละข้อมีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ถ้าเช็คครบก่อนยื่นโอกาสผ่านรอบแรกสูงขึ้นมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง</h3>



<p>นี่คือ ปัญหาอันดับหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด อย. กำหนดเอกสารที่ต้องยื่นแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการหลายรายมักเตรียมเอกสารไม่ครบ หรือเตรียมมาแล้วแต่รูปแบบไม่ตรงที่ อย. กำหนด เช่น ใช้เอกสารภาษาต่างประเทศโดยไม่แปลรับรอง หรือใช้สำเนาที่ไม่ได้รับรองความถูกต้อง</p>



<p><strong>วิธีแก้:</strong> เตรียม checklist เอกสารตามประเภทผลิตภัณฑ์จาก อย. โดยตรง และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนยื่น</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ฉลากผลิตภัณฑ์บกพร่องหรือไม่ตรงมาตรฐาน</h3>



<p>ฉลากเป็นจุดที่ อย. ตรวจละเอียดมาก ปัญหาที่พบบ่อยคือ ข้อมูลบนฉลากไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่ระบุส่วนประกอบเรียงตามปริมาณมากไปน้อย ไม่มีวันผลิต/วันหมดอายุ ระบุคำโฆษณาเกินจริง หรือแปลชื่อสารที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ชื่อผลิตภัณฑ์บนฉลากไม่ตรงกับที่ยื่นในเอกสาร</p>



<p><strong>วิธีแก้:</strong> ออกแบบฉลาก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนพิมพ์ อย่าพิมพ์ฉลากจริงก่อนได้รับเลข อย. แล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/industrial-worker-white-protective-clothes-holding-checklist-reading-results-1024x683.jpg" alt="สถานที่ผลิตไม่ผ่านมาตรฐาน GMP" class="wp-image-1452" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/industrial-worker-white-protective-clothes-holding-checklist-reading-results-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/industrial-worker-white-protective-clothes-holding-checklist-reading-results-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/industrial-worker-white-protective-clothes-holding-checklist-reading-results-768x513.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/industrial-worker-white-protective-clothes-holding-checklist-reading-results-1536x1025.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/industrial-worker-white-protective-clothes-holding-checklist-reading-results-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">3. สถานที่ผลิตไม่ผ่านมาตรฐาน GMP</h3>



<p>สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาตผลิต อย. จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานที่ผลิต ถ้าโรงงานหรือสถานที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) คำขอจะไม่ผ่านแม้เอกสารจะครบก็ตาม ปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ พื้นที่แยกโซนไม่ชัดเจน ระบบน้ำและอากาศไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการจัดการสารเคมีที่ถูกต้อง</p>



<p><strong>วิธีแก้:</strong> เตรียมสถานที่ให้ผ่านมาตรฐาน GMP ก่อนยื่นขอตรวจ ถ้าไม่แน่ใจว่าโรงงานผ่านมาตรฐานหรือไม่ ให้ที่ปรึกษาเข้าตรวจสอบก่อนที่ อย. จะมาตรวจจริง</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. สูตรผลิตภัณฑ์หรือส่วนผสมไม่ตรงข้อกำหนด</h3>



<p>ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีข้อกำหนด เรื่องส่วนผสมที่ชัดเจน เช่น อาหารเสริมมีรายการสารที่ห้ามใส่ เครื่องสำอางมีข้อกำหนดปริมาณสาร active ingredients บางรายยื่นไปแล้ว พบว่าสูตรที่ใช้มีสารที่ถูกจำกัดปริมาณเกินขีดที่กำหนด หรือใช้สารที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย</p>



<p><strong>วิธีแก้:</strong> ตรวจสอบสูตรกับรายการสารที่ อย. อนุมัติและข้อกำหนดปริมาณก่อนยื่น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าที่ผลิตในต่างประเทศซึ่งอาจใช้มาตรฐานต่างกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. ยื่นผิดประเภทหรือผิดช่องทาง</h3>



<p>ผลิตภัณฑ์บางรายการ มีความซับซ้อนในการจัดประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างอาหารเสริมกับยา หรือเครื่องสำอางกับเครื่องมือแพทย์ ถ้าจัดประเภทผิดตั้งแต่ต้น จะต้องยื่นใหม่ผ่านฝ่ายที่ถูกต้อง เสียเวลาไปหลายเดือน นอกจากนี้ยังมีกรณียื่นผ่าน E-submission ผิดขั้นตอน ทำให้ระบบไม่รับ</p>



<p><strong>วิธีแก้:</strong> ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดประเภทผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องก่อนเริ่มกระบวนการ การจัดประเภทถูกตั้งแต่แรกช่วยประหยัดเวลาได้มาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">6. ข้อมูลไม่สอดคล้องกันระหว่างเอกสาร</h3>



<p>หนึ่งในข้อผิดพลาดที่แก้ง่ายที่สุดแต่พบบ่อยมาก คือข้อมูลในเอกสารต่าง ๆ ไม่ตรงกัน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ในแบบฟอร์มไม่ตรงกับชื่อบนฉลาก ส่วนประกอบในสูตรไม่ตรงกับผลการทดสอบห้องแล็บ หรือชื่อผู้ผลิตในเอกสารต่างกันในแต่ละฉบับ อย. จะส่งคืนทันทีถ้าพบความไม่สอดคล้องนี้</p>



<p><strong>วิธีแก้:</strong> ก่อนยื่น ให้ตรวจสอบว่าทุกเอกสารใช้ชื่อ สูตร และข้อมูลที่ตรงกันทุกจุด วิธีง่าย ๆ คือทำตาราง cross-check ข้อมูลสำคัญกับเอกสารแต่ละฉบับ</p>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p><p style="margin: 0; color: #333;">ก่อนยื่นจริง ลองขอนัด &#8220;pre-submission consultation&#8221; กับ อย. หรือใช้บริการที่ปรึกษาตรวจสอบความพร้อมก่อน จะช่วยลดโอกาสถูกส่งคืนได้มาก</p></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">เอกสารที่จำเป็นในการยื่นจด อย. มีอะไรบ้าง?</h2>



<p>เอกสารที่ต้องเตรียมขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ แต่มีชุดเอกสารกลางที่ผลิตภัณฑ์เกือบทุกประเภทต้องใช้ร่วมกัน การเตรียมเอกสารให้ครบและถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้ไม่ต้องยื่นซ้ำ</p>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารกลางที่ต้องใช้เกือบทุกประเภท</h3>



<p>ชุดเอกสารพื้นฐานที่ใช้ยืนยันตัวตน ความถูกต้องของธุรกิจ สถานประกอบการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานส่วนใหญ่จะใช้ประกอบการพิจารณาเหมือนกัน ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>หนังสือรับรองบริษัท</strong> &#8211; อายุไม่เกิน 6 เดือน รับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า</li>



<li><strong>ใบอนุญาตสถานประกอบการ</strong> &#8211; ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือจัดจำหน่าย แล้วแต่กรณี</li>



<li><strong>ข้อมูลสูตรและส่วนผสม</strong> &#8211; รายละเอียดส่วนประกอบทุกรายการพร้อมปริมาณ</li>



<li><strong>ผลการทดสอบจากห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง</strong> &#8211; ผลวิเคราะห์ตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด</li>



<li><strong>ตัวอย่างฉลากและบรรจุภัณฑ์</strong> &#8211; ทั้งภาษาไทยและภาษาต้นทาง (ถ้านำเข้า)</li>



<li><strong>เอกสารรับรองจากผู้ผลิต</strong> &#8211; Certificate of Analysis (COA) และ Certificate of Free Sale (CFS) สำหรับสินค้านำเข้า</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า</h3>



<p>อาหารเสริมและอาหารทั่วไป จะต้องมีผลการทดสอบทางจุลชีววิทยาและโภชนาการเพิ่มเติม เครื่องสำอางต้องมี Safety Assessment Report เครื่องมือแพทย์ต้องมีเอกสารทางเทคนิคตามมาตรฐาน ISO/CE ครบถ้วน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">การเตรียมตัวก่อนยื่นจด อย. ครั้งแรก</h2>



<p>การเตรียมตัวที่ดีก่อนยื่นช่วยประหยัดทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายได้มาก ผู้ประกอบการที่เตรียมตัวพร้อมตั้งแต่ต้นมักใช้เวลาน้อยกว่าคนที่ลองผิดลองถูกเองเป็น 2-3 เท่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="771" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/portrait-woman-working-pharmaceutical-industry-1024x771.jpg" alt="ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนยื่น" class="wp-image-1453" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/portrait-woman-working-pharmaceutical-industry-1024x771.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/portrait-woman-working-pharmaceutical-industry-300x226.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/portrait-woman-working-pharmaceutical-industry-768x578.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/portrait-woman-working-pharmaceutical-industry-1536x1157.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/portrait-woman-working-pharmaceutical-industry-2048x1543.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนยื่น</h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>1. จัดประเภทผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง</strong></h4>



<p>ผลิตภัณฑ์ของคุณอยู่ในหมวดไหน &#8211; อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ หรือวัตถุอันตราย? ประเภทที่ถูกต้องกำหนดว่าต้องยื่นขออะไร ใช้เอกสารชุดไหน และผ่านกองไหนของ อย.</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>2. ตรวจสอบสูตรและส่วนผสมก่อน</strong></h4>



<p>ก่อนเริ่มผลิตจริง ให้ตรวจสอบว่าส่วนผสมทุกรายการได้รับอนุญาตในประเทศไทยและปริมาณไม่เกินข้อกำหนด ข้อนี้สำคัญมากสำหรับสินค้านำเข้าที่ผลิตตามสูตรต่างประเทศ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>3. เตรียมสถานที่ผลิตให้พร้อม</strong></h4>



<p>สำหรับผู้ผลิตเอง ให้ตรวจสอบว่าโรงงานผ่านมาตรฐาน GMP หรือ HACCP ตามที่ผลิตภัณฑ์กำหนด ถ้ายังไม่ผ่าน ต้องแก้ไขก่อนยื่นขอตรวจสอบ ดูข้อมูลใบอนุญาตโรงงานเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/factory-license-thailand-2026/">ใบอนุญาตโรงงาน ทำยังไง ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย [2026]</a></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>4. เตรียมเอกสารและส่งทดสอบห้องแล็บล่วงหน้า</strong></h4>



<p>การทดสอบห้องแล็บใช้เวลา 2-8 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ให้ส่งตัวอย่างทดสอบตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้กระบวนการทั้งหมดช้าลงจากจุดนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>5. ออกแบบฉลากให้ตรงมาตรฐานก่อนพิมพ์</strong></h4>



<p>อย่าสั่งพิมพ์ฉลากจริงก่อนได้รับการอนุมัติ เพราะถ้าต้องแก้ไขจะเสียค่าพิมพ์ซ้ำโดยไม่จำเป็น</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ค่าปรับและผลกระทบถ้าไม่จด อย. ตามกำหนด</h2>



<p>หลายคนสงสัยว่าถ้าไม่จด อย. จะโดนอะไร คำตอบตรง ๆ คือโทษทางกฎหมายหนักกว่าที่คิด ทั้งโทษทางอาญา โทษปรับ และผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาว</p>



<h3 class="wp-block-heading">โทษตามกฎหมายถ้าไม่จด อย.</h3>



<p>โทษแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ แต่โดยทั่วไปมีระดับดังนี้:</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><th>ประเภทความผิด</th><th>โทษสูงสุด</th><th>กฎหมายอ้างอิง</th></tr></thead><tbody><tr><td>ผลิต/นำเข้าอาหารโดยไม่ขออนุญาต</td><td>จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</td><td>พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522</td></tr><tr><td>ผลิต/จำหน่ายเครื่องสำอางไม่ผ่าน อย.</td><td>จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</td><td>พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558</td></tr><tr><td>ผลิต/จำหน่ายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับอนุญาต</td><td>จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</td><td>พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2562</td></tr><tr><td>ผลิต/จำหน่ายยาไม่ได้รับอนุญาต</td><td>จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท</td><td>พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510</td></tr></tbody></table></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ผลกระทบต่อธุรกิจที่ไม่ใช่แค่ค่าปรับ</h3>



<p>การจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีเลข อย. ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องค่าปรับเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจในหลายด้าน ซึ่งอาจรุนแรงกว่าที่คาดไว้</p>



<p><strong>1. ถูกสั่งเรียกสินค้าคืน (Product Recall)</strong></p>



<p>ถ้า อย. ตรวจพบสินค้าที่จำหน่ายโดยไม่มีเลข อย. จะสั่งเรียกสินค้าคืนทั้งหมด ค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนสินค้ามักสูงกว่าค่าจด อย. หลายเท่า</p>



<p><strong>2. แพลตฟอร์มออนไลน์ระงับบัญชี</strong></p>



<p>Shopee, Lazada, TikTok Shop มีนโยบายตรวจสอบสินค้าสุขภาพและความงามเข้มข้น ถ้าตรวจพบสินค้าไม่มีเลข อย. บัญชีจะถูกระงับและสินค้าถูกถอดออกจากแพลตฟอร์ม</p>



<p><strong>3. ความเสียหายต่อแบรนด์</strong></p>



<p>ลูกค้าที่รู้ว่าสินค้าไม่มีเลข อย. จะสูญเสียความเชื่อถือ และการฟื้นฟูภาพลักษณ์แบรนด์ใช้เวลาและงบประมาณสูงมาก การกู้คืนความเชื่อมั่นต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณ และการสื่อสารแบรนด์อย่างต่อเนื่อง</p>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p><p style="margin: 0; color: #333;">นอกจากค่าปรับและโทษจำคุก ยังมีผลกระทบที่ทำลายธุรกิจในระยะยาว ได้แก่ การถูกสั่งเรียกคืนสินค้าทั้งหมด การถูกห้ามขายชั่วคราวหรือถาวร และความเสียหายต่อชื่อเสียงที่ยากจะฟื้นคืน โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายเร็ว</p></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p>จด อย. ไม่ผ่านส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาที่ป้องกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารไม่ครบ ฉลากไม่ตรงมาตรฐาน สถานที่ผลิตไม่พร้อม หรือข้อมูลในเอกสารไม่สอดคล้องกัน ถ้ารู้จุดเสี่ยงทั้ง 6 ข้อและเตรียมตัวให้ครบก่อนยื่น โอกาสผ่านรอบแรกสูงขึ้นมาก ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดจากการยื่นซ้ำ</p>



<p>ส่วนเรื่องโทษทางกฎหมาย ค่าปรับเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ผลกระทบต่อธุรกิจทั้งการถูกสั่งเรียกสินค้าคืนและความเสียหายต่อแบรนด์หนักกว่าค่าปรับมาก การ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย.</a> ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกธุรกิจ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777962733540" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: ถ้าคำขอจด อย. ไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไรต่อ?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: อย. จะแจ้งสาเหตุที่ไม่ผ่านกลับมาพร้อมข้อให้แก้ไข คุณต้องแก้ไขตามที่ระบุและยื่นใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ถ้าแก้ไขไม่ทันหรือไม่ตรงตามที่ให้แก้ไข อาจต้องยื่นใหม่ทั้งหมด</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777962742660" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ระยะเวลาตั้งแต่ยื่นจนรู้ผลว่าผ่านหรือไม่ผ่านนานแค่ไหน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ และความซับซ้อน โดยทั่วไปอาหารเสริมใช้เวลา 3-6 เดือน เครื่องสำอาง 30-90 วัน เครื่องมือแพทย์ 6-18 เดือน ยา 1-2 ปีขึ้นไป ถ้าเอกสารไม่ครบจะหยุดนับเวลาและรอจนกว่าจะยื่นเพิ่มเติมครบ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777962750663" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ค่าปรับขายสินค้าไม่มีเลข อย. คือเท่าไหร่?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เช่น อาหารปรับสูงสุด 20,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 2 ปี เครื่องสำอางปรับสูงสุด 50,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 6 เดือน เครื่องมือแพทย์ปรับสูงสุด 300,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 3 ปี นอกจากนี้ยังถูกสั่งยึดและทำลายสินค้าทั้งหมด</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777962757966" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: จ้างที่ปรึกษาจด อย. ช่วยให้ผ่านได้จริงไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ช่วยได้มากในแง่ของการเตรียมเอกสารครบและถูกต้อง การจัดประเภทสินค้าให้ตรง และการตรวจสอบสูตรก่อนยื่น ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์จะช่วยลดโอกาสถูกส่งคืนและย่นระยะเวลาโดยรวมได้ อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาไม่ได้รับประกันผล เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับ อย.</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777962766301" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: สินค้า OEM จากต่างประเทศต้องจด อย. เหมือนสินค้าผลิตในไทยไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องจด อย. เหมือนกัน แต่เอกสารต่างกัน สินค้า OEM นำเข้าต้องมีเอกสารจากประเทศผู้ผลิตเพิ่มเติม เช่น COA, CFS และเอกสารรับรองโรงงาน บางกรณีต้องส่งสินค้าทดสอบในห้องแล็บไทยด้วย</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>ถ้าคุณกำลังเตรียมยื่นจด อย. และไม่แน่ใจว่าเอกสารครบหรือผลิตภัณฑ์อยู่ในเงื่อนไขที่จะผ่านได้ ทีมที่ปรึกษา <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> พร้อมตรวจสอบความพร้อมให้ก่อนยื่นจริง เราดูแลเคสจด อย. มากกว่า 500 รายการ ครอบคลุมอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และสินค้านำเข้า สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จด อย. สินค้านำเข้า ขั้นตอนและข้อกำหนดสำหรับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ</title>
		<link>https://csrich1.com/fda-import-products/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 07:18:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย สินค้านำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[จด อย. เครื่องมือแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ใบอนุญาตนำเข้า อย.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1432</guid>

					<description><![CDATA[อธิบายเข้าใจง่ายเกี่ยวกับการจด อย. สินค้านำเข้า ตั้งแต่ความหมาย ขั้นตอนการยื่น เอกสารที่ต้องใช้ และข้อกำหนดสำคัญสำหรับสินค้าจากต่างประเทศ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>จด อย. สินค้านำเข้า</strong> มีขั้นตอน และเอกสารที่ต้องเตรียมมากกว่าสินค้าผลิตในไทย เพราะต้องขอเอกสารเพิ่มเติมจากผู้ผลิตในต่างประเทศด้วย เช่น Authorization Letter, Certificate of Free Sale (CFS) หรือ CE Mark แล้วแต่ประเภทสินค้า โดยระยะเวลาโดยรวมจะขึ้นอยู่กับความเร็วในการรับเอกสารจากต่างประเทศเป็นสำคัญ</p>



<p>บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่างการจด อย. สินค้านำเข้ากับสินค้าผลิตในไทย พร้อมขั้นตอนแบบ step-by-step รายการเอกสารที่ต้องเตรียม และข้อมูลระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ครอบคลุมทั้ง<a href="https://csrich1.com/fda-supplement-registration/">อาหารเสริม</a> เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">จด อย. สินค้านำเข้า ต่างจากสินค้าผลิตในไทยอย่างไร?</h2>



<p>มีหลักการของการจด อย. เหมือนกัน คือต้องแสดงให้ อย. เห็นว่าสินค้านั้นปลอดภัย และมีคุณภาพตามมาตรฐาน แต่สำหรับสินค้านำเข้า อย. ไทย ต้องการหลักฐานเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อยืนยันว่าผู้ผลิตในต่างประเทศให้สิทธิ์คุณในการนำสินค้ามาจด อย. ในไทย และสินค้านั้นถูกต้องตามกฎหมายในประเทศผู้ผลิตด้วย ความแตกต่างหลักมี 3 จุด คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ต้องมีเอกสารมอบอำนาจจากผู้ผลิตต่างประเทศ</li>



<li>ต้องมีเอกสารแสดงว่าสินค้านั้นขายได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศต้นทาง</li>



<li>บางกรณีต้องมีใบอนุญาตนำเข้าเฉพาะประเภทสินค้าด้วย</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/inventory-warehouse-serious-young-woman-white-blouse-protective-helmet-sideways-camera-holding-tablet-looking-attentively-warehouse-shelves-with-goods-1024x681.jpg" alt="จด อย. สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ" class="wp-image-1445" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/inventory-warehouse-serious-young-woman-white-blouse-protective-helmet-sideways-camera-holding-tablet-looking-attentively-warehouse-shelves-with-goods-1024x681.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/inventory-warehouse-serious-young-woman-white-blouse-protective-helmet-sideways-camera-holding-tablet-looking-attentively-warehouse-shelves-with-goods-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/inventory-warehouse-serious-young-woman-white-blouse-protective-helmet-sideways-camera-holding-tablet-looking-attentively-warehouse-shelves-with-goods-768x511.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/inventory-warehouse-serious-young-woman-white-blouse-protective-helmet-sideways-camera-holding-tablet-looking-attentively-warehouse-shelves-with-goods-1536x1022.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/inventory-warehouse-serious-young-woman-white-blouse-protective-helmet-sideways-camera-holding-tablet-looking-attentively-warehouse-shelves-with-goods-2048x1363.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div style="background-color: #FFF8E1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #F57F17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">

สินค้านำเข้าต้องมีเอกสารจากต่างประเทศเพิ่มเติม 2 ชุดหลักคือ Authorization Letter (มอบอำนาจจากผู้ผลิต) และ Certificate of Free Sale หรือ CPP (แสดงว่าสินค้าขายได้ในประเทศผู้ผลิต) เอกสารเหล่านี้ต้องรับรองจากหน่วยงานรัฐหรือรับรองเอกสาร (Notarization/Apostille) แล้วแต่ประเภทสินค้า

</p>

</div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สินค้านำเข้าประเภทไหนต้องจด อย.?</h2>



<p>ไม่ใช่ทุกสินค้าที่นำเข้ามาในไทย จะต้องจด อย. ก่อน แต่สินค้าในกลุ่มต่อไปนี้ต้องดำเนินการก่อนวางจำหน่ายหรือนำเข้ามาในบางกรณี</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลุ่มที่ต้องขึ้นทะเบียนหรือแจ้งก่อนวางจำหน่าย:</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>อาหารเสริมหรืออาหารที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ</li>



<li>เครื่องสำอางทุกประเภท (ระบบแจ้ง ไม่ใช่ขึ้นทะเบียน)</li>



<li><a href="https://csrich1.com/medical-device-license-guide-2026/">เครื่องมือแพทย์ทุก Class</a></li>



<li>ยาทุกประเภท</li>



<li>วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลุ่มที่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าด้วย:</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ยาและวัตถุออกฤทธิ์</li>



<li>เครื่องมือแพทย์บางประเภท</li>



<li>วัตถุอันตรายบางชนิด</li>
</ul>



<p>ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่มไหน การตรวจสอบกับที่ปรึกษาก่อนสั่งสินค้าเข้ามาจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาที่ด่านศุลกากรหรือถูกสั่งระงับการจำหน่ายได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="312" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medicine-doctor-touching-tablet-medical-technology-futuristic-concept-1024x312.jpg" alt=" การตรวจสอบกับที่ปรึกษาก่อนสั่งสินค้าเข้ามา" class="wp-image-1446" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medicine-doctor-touching-tablet-medical-technology-futuristic-concept-1024x312.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medicine-doctor-touching-tablet-medical-technology-futuristic-concept-300x91.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medicine-doctor-touching-tablet-medical-technology-futuristic-concept-768x234.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medicine-doctor-touching-tablet-medical-technology-futuristic-concept-1536x468.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/medicine-doctor-touching-tablet-medical-technology-futuristic-concept-2048x623.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ขั้นตอนการจด อย. สินค้านำเข้า (Step-by-Step)</h2>



<p>กระบวนการจด อย. สินค้านำเข้า มีทั้งหมด 4 ขั้นตอนหลัก แต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดที่ต้องระวังต่างกันออกไป และระยะเวลาส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่ 2 คือการรอเอกสารจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการมักประเมินระยะเวลาไม่ถูกต้อง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นตอนที่ 1 &#8211; ตรวจสอบว่าสินค้าต้องขึ้นทะเบียนแบบไหน</h3>



<p>ก่อนอื่น ต้องรู้ว่าสินค้าของคุณจัดอยู่ในประเภทอะไรตามกฎหมายไทย และต้องผ่านกระบวนการอะไร เช่น เครื่องสำอางใช้ระบบ &#8220;แจ้ง&#8221; ผ่านระบบ e-Submission ส่วนเครื่องมือแพทย์ใช้ระบบ &#8220;ขึ้นทะเบียน&#8221; ที่มีขั้นตอน และเวลาต่างกัน</p>



<p>การจัดประเภทสินค้าผิดเป็นปัญหาที่เจอบ่อยมาก เช่น สินค้าที่ผู้ผลิตเรียกว่า food supplement แต่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณในการรักษาโรค อาจถูกจัดเป็น ยา ในไทย ซึ่งกระบวนการจะยาก และนานกว่ามาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นตอนที่ 2 &#8211; ขอเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ</h3>



<p>นี่คือขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุด และต้องเริ่มทำก่อนขั้นตอนอื่น เพราะต้องรอการตอบกลับจากต่างประเทศ เอกสารที่ต้องขอจากผู้ผลิตมีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Authorization Letter</strong> หนังสือมอบอำนาจจากผู้ผลิตต่างประเทศ ระบุชัดเจนว่ามอบสิทธิ์ให้บริษัทของคุณในการนำเข้าและจด อย. สินค้านั้นในประเทศไทยโดยเฉพาะ</li>



<li><strong>Certificate of Free Sale (CFS)</strong> หรือ <strong>Certificate of Pharmaceutical Product (CPP)</strong> เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐของประเทศผู้ผลิต รับรองว่าสินค้าชนิดนั้นผลิตและจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศนั้น ๆ</li>



<li><strong>ใบรับรองมาตรฐานการผลิต</strong> &#8211; เช่น <a href="https://csrich1.com/what-is-gdpmd-thailand/">GMP Certificate</a>, ISO 13485 หรือ CE Mark แล้วแต่ประเภทสินค้า</li>



<li><strong>เอกสารเทคนิค</strong> เช่น Formula, Safety Assessment, CoA, Technical File ตามที่ อย. ไทยกำหนดสำหรับแต่ละประเภทสินค้า</li>
</ul>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">ส่ง template ของเอกสารที่ต้องการให้ผู้ผลิตต่างประเทศดูล่วงหน้า เพื่อให้เขาเตรียมเอกสารได้ถูกรูปแบบตั้งแต่แรก ไม่ต้องส่งกลับมาแก้ไขหลายรอบ ซึ่งกินเวลาไปโดยไม่จำเป็น</p>

</div>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นตอนที่ 3 &#8211; แปลและรับรองเอกสาร</h3>



<p>เอกสารที่ได้รับมาจากต่างประเทศต้องผ่านกระบวนการรับรองก่อนยื่น อย. ไทย โดยมี 2 ระดับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>การรับรองเอกสาร (Notarization)</strong> เหมาะสำหรับเอกสารที่ออกโดยบริษัทเอกชน เช่น Authorization Letter ซึ่งต้องรับรองจาก Notary Public ในประเทศผู้ออกเอกสาร</li>



<li><strong>การรับรองแบบ Apostille</strong> สำหรับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ เช่น CFS ซึ่งประเทศที่เป็นสมาชิก Hague Convention สามารถออก Apostille ได้โดยตรง</li>
</ul>



<p>หลังจากรับรองเอกสารแล้ว ต้องแปลเอกสารเป็นภาษาไทยโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง และรับรองคำแปลถูกต้องด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-1024x681.jpg" alt="แปลและรับรองเอกสาร" class="wp-image-1447" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-1024x681.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-768x511.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-1536x1022.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/05/businessman-writing-documents-signing-documents-2048x1363.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ขั้นตอนที่ 4 &#8211; ยื่นขอ อย.</h3>



<p>เมื่อเอกสารทั้งหมดครบแล้ว ก็ยื่นผ่านระบบ e-Submission ของ อย. หรือยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน อย. ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ในขั้นตอนนี้ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทุกฉบับมีลายเซ็นและรับรองครบถ้วน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ</h2>



<p>ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการจด อย. สินค้านำเข้าจะแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและความซับซ้อนของเอกสาร ตารางด้านล่างเป็นตัวเลขโดยประมาณจากประสบการณ์จริง</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><th>ประเภทสินค้า</th><th>ระยะเวลาโดยประมาณ</th><th>ค่าธรรมเนียม อย. (โดยประมาณ)</th></tr></thead><tbody><tr><td>เครื่องสำอาง</td><td>1-3 เดือน</td><td>หลักร้อยบาท/รายการ</td></tr><tr><td>อาหารเสริม</td><td>3-6 เดือน</td><td>หลักพันบาท/รายการ</td></tr><tr><td>เครื่องมือแพทย์ Class 1-2</td><td>6-12 เดือน</td><td>หลักพัน &#8211; หลักหมื่นบาท/รายการ</td></tr><tr><td>เครื่องมือแพทย์ Class 3</td><td>12-24 เดือน</td><td>หลักหมื่นบาท/รายการ</td></tr><tr><td>ยา</td><td>2-5 ปี</td><td>หลักหมื่น &#8211; หลักแสนบาท</td></tr></tbody></table></figure>



<p>ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ อย. เท่านั้น ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเตรียมเอกสาร เช่น ค่าแปลเอกสาร ค่า Notarization/Apostille ค่าทำผลวิเคราะห์ ค่า Safety Assessment และค่าที่ปรึกษา</p>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">อย่าคาดหวังว่ากระบวนการจด อย. สินค้านำเข้าจะเสร็จเร็ว ควรเริ่มดำเนินการอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนวันที่ต้องการวางจำหน่าย และสำหรับเครื่องมือแพทย์หรือยา ให้เพิ่มเวลาเผื่อไว้มากกว่านั้นอีก</p>
</div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">สรุป</h2>



<p><strong>การจด อย. สินค้านำเข้า</strong> ใช้เวลา และความพยายามมากกว่าสินค้าที่ผลิตในไทย เพราะมีเพิ่มเติมเรื่องเอกสารจากต่างประเทศ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ถ้าเตรียมตัวดี สิ่งที่ต้องทำก่อนเริ่มกระบวนการ คือตรวจสอบว่าสินค้าจัดอยู่ในประเภทอะไร เตรียมเอกสารที่ต้องขอจากต่างประเทศล่วงหน้า และวางแผนระยะเวลาให้เผื่อไว้เพียงพอ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 style="font-size: 28px; font-weight: bold; color: #1E1E1E; padding-bottom: 12px; border-bottom: 3px solid #FFC107; margin-top: 40px; margin-bottom: 20px;">คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจด อย. สินค้านำเข้า</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777962141330" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: สินค้าที่ผ่าน FDA ของสหรัฐอเมริกาแล้ว ต้องจด อย. ไทยอีกไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องจด อย. ไทยอยู่เหมือนเดิม เพราะ อย. ของแต่ละประเทศมีกฎหมาย และมาตรฐานของตัวเอง การได้รับการรับรองจาก FDA อเมริกาหรือ EMA ยุโรปช่วยให้เอกสารบางส่วนน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ไม่ได้ยกเว้นกระบวนการจด อย. ไทย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777962151891" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: Authorization Letter ต้องระบุอะไรบ้าง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องระบุชื่อผู้ผลิต ชื่อสินค้าหรือรายการสินค้าที่ให้สิทธิ์ ชื่อบริษัทผู้นำเข้าในไทย ขอบเขตของสิทธิ์ (เช่น ให้นำเข้าและจด อย. ได้) และลงนามโดยผู้มีอำนาจของผู้ผลิต</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777962163467" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ถ้าผู้ผลิตต่างประเทศไม่ออก Authorization Letter ให้ จะทำอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ถ้าผู้ผลิตไม่ยอมออกเอกสาร จะไม่สามารถจด อย. สินค้านั้นในฐานะผู้นำเข้าได้ ควรเจรจากับผู้ผลิตให้ชัดเจนก่อนตกลงซื้อสินค้า หรือหาสินค้าจากผู้ผลิตที่ยินดีให้สิทธิ์</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777962173131" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: CFS ต้องออกโดยหน่วยงานใด?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: CFS ต้องออกโดยหน่วยงานรัฐบาลของประเทศผู้ผลิตที่มีอำนาจรับรองสินค้าในกลุ่มนั้น เช่น สำหรับสินค้าจากยุโรป อาจออกโดย competent authority ของแต่ละประเทศ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777962182894" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: จด อย. แล้ว เลขที่ได้รับมีอายุกี่ปี?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เช่น เครื่องสำอางที่แจ้งไว้จะมีผลตราบเท่าที่สินค้ายังคงสูตรและผู้ผลิตเดิม แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสูตร ฉลาก หรือผู้ผลิต ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลง</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>หากต้องการจด อย. สินค้านำเข้าให้ผ่านไว ไม่ต้องแก้เอกสารหลายรอบ ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญ <a href="https://csrich1.com/">C&amp;S Rich1</a> ก่อนเริ่ม ช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงได้มากกว่า จากประสบการณ์การดูแลเคสสินค้านำเข้าทั้งอาหารเสริม เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์มาแล้วหลายร้อยเคส สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">บริการรับจด อย.</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จด อย. เครื่องมือแพทย์: ขั้นตอนและกฎที่ควรรู้</title>
		<link>https://csrich1.com/medical-device-license-guide-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pattarapol@decorear.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 07:47:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1411</guid>

					<description><![CDATA[ขั้นตอนการจด อย. เครื่องมือแพทย์เริ่มจากการจัดประเภทความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ จากนั้นเตรียมเอกสาร และข้อมูลทางเทคนิคให้ครบ แล้วจึงยื่นขอขึ้นทะเบียนหรือแจ้งรายการต่อสำนักงาน อย. ตามประเภทที่กำหนด ก่อนผ่านการพิจารณาอนุมัติ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ขั้นตอนการจด อย. เครื่องมือแพทย์เริ่มจากการจัดประเภทความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ จากนั้นเตรียมเอกสาร และข้อมูลทางเทคนิคให้ครบ แล้วจึงยื่นขอขึ้นทะเบียนหรือแจ้งรายการต่อสำนักงาน อย. ตามประเภทที่กำหนด ก่อนผ่านการพิจารณาอนุมัติ</p>



<p>บทความนี้จะอธิบายการ<a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/">จด อย. เครื่องมือแพทย์</a>ว่า คืออะไร เครื่องมือแพทย์ประเภทไหนที่ต้องจด อย. ขั้นตอนการดำเนินการ เอกสารที่ต้องเตรียม รวมถึงค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขออนุญาต เพื่อให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมดอย่างชัดเจนก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ</p>



<h2 class="wp-block-heading">จด อย. เครื่องมือแพทย์ คืออะไร?</h2>



<p><strong>การจด อย. เครื่องมือแพทย์</strong> คือกระบวนการขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อรับรองว่าเครื่องมือแพทย์นั้นผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย และประสิทธิภาพแล้ว ก่อนที่จะนำเข้า ผลิต หรือจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<p>พูดง่าย ๆ คือ เลข อย. เปรียบเหมือน &#8220;ใบผ่านทาง&#8221; ที่รับรองว่าเครื่องมือแพทย์ชิ้นนั้นปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานในไทย ซึ่งแตกต่างจากการ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย.</a> อาหารหรือเครื่องสำอางตรงที่ขั้นตอน และเอกสารมีความซับซ้อนมากกว่า เพราะเครื่องมือแพทย์ส่งผลโดยตรงต่อการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรค</p>



<div style="background-color: #E8F5E9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #2E7D32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">การจด อย. เครื่องมือแพทย์ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นสิ่งที่โรงพยาบาล คลินิก และลูกค้าองค์กรต้องการก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะถ้าไม่มีเลข อย. แสดงบนผลิตภัณฑ์ โอกาสปิดการขายในตลาดวิชาชีพจะยากมาก</p>

</div>



<h2 class="wp-block-heading">เครื่องมือแพทย์ประเภทไหนต้องจด อย. บ้าง?</h2>



<p>กฎหมายแบ่งเครื่องมือแพทย์ออกเป็น 4 ระดับตามความเสี่ยง แต่ละระดับมีกระบวนการ และความเข้มข้นในการตรวจสอบที่ต่างกัน ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนว่าสินค้าของตัวเองอยู่ในระดับไหน เพราะนั่นส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการขอขึ้นทะเบียน</p>



<h3 class="wp-block-heading">Class 1 &#8211; ความเสี่ยงต่ำ</h3>



<p>เครื่องมือที่ไม่สัมผัสร่างกายโดยตรงหรือมีความเสี่ยงต่ำมาก เช่น แว่นขยายทางการแพทย์ ถุงมือตรวจโรคทั่วไป ม้านั่งผู้ป่วย เครื่องมือกลุ่มนี้ใช้ระบบ &#8220;แจ้งรายการ&#8221; ซึ่งง่ายกว่าการขึ้นทะเบียน โดยยื่นแบบฟอร์มและเอกสารพื้นฐานเท่านั้น ระยะเวลาพิจารณาสั้นกว่าประเภทอื่นมาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="434" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-1024x434.jpg" alt="จด อย. เครื่องมือแพทย์ Class 1  " class="wp-image-1412" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-1024x434.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-300x127.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-768x326.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-1536x652.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/asian-woman-doctor-examining-eye-with-magnifying-glass-closeup-medical-examination-dermatology-ophthalmology-healthcare-2048x869.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Class 2 &#8211; ความเสี่ยงปานกลาง</h3>



<p>เครื่องมือที่สัมผัสร่างกายชั่วคราว เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด อุปกรณ์กายภาพบำบัด เครื่องมือกลุ่มนี้ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนแบบเต็มรูปแบบ พร้อมส่งเอกสารทางเทคนิคจากผู้ผลิตต่างประเทศ รวมถึงใบรับรองมาตรฐานสากล เช่น CE Mark หรือ ISO 13485</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="669" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-1024x669.jpg" alt="จด อย. เครื่องมือแพทย์ Class 3" class="wp-image-1413" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-1024x669.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-300x196.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-768x502.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-1536x1003.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/2109.i203.001.P.m004.c33.medical-equipment-realistic-set-2048x1337.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Class 3 &#8211; ความเสี่ยงสูง</h3>



<p>เครื่องมือที่สัมผัสร่างกายระยะยาวหรืออยู่ในร่างกาย เช่น ขาเทียม ตาเทียม สายสวนหัวใจระยะยาว กลุ่มนี้ต้องผ่านการตรวจสอบทางคลินิก (Clinical Evidence) และมีเอกสารจำนวนมากกว่า Class 2 อย่างเห็นได้ชัด ใช้เวลาพิจารณานานขึ้นตามความซับซ้อน</p>



<h3 class="wp-block-heading">Class 4 &#8211; ความเสี่ยงสูงมาก</h3>



<p>เครื่องมือที่ฝังในร่างกายถาวรหรือมีความเสี่ยงต่อชีวิตโดยตรง เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ลิ้นหัวใจเทียม กระบวนการนี้เข้มงวดที่สุด ใช้เวลานานที่สุด และต้องการผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดกระบวนการ ไม่แนะนำให้ทำเองโดยไม่มีที่ปรึกษา</p>



<h2 class="wp-block-heading">เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับจด อย. เครื่องมือแพทย์</h2>



<p>การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่แรกจะช่วยให้กระบวนการไม่ล่าช้า เพราะถ้าเอกสารขาดเพียงรายการเดียว เจ้าหน้าที่จะส่งทั้งไฟล์กลับมาให้แก้ไขใหม่ เอกสารที่ต้องใช้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เอกสารของบริษัทผู้ยื่น:</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>หนังสือรับรองบริษัท ออกไม่เกิน 6 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์</li>



<li>ใบอนุญาตสถานที่นำเข้าตามหลัก GDPMD</li>



<li>หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ตัวแทนดำเนินการแทน)</li>



<li>บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการบริษัท</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. เอกสารทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์:</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใบรับรองมาตรฐานสากล เช่น CE Mark, ISO 13485 (แล้วแต่ประเภทสินค้า)</li>



<li>Technical File หรือ Technical Documentation ฉบับภาษาอังกฤษ</li>



<li>Declaration of Conformity จากผู้ผลิต</li>



<li>Authorized Representative Letter ระบุบริษัทในไทยเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ</li>



<li>หลักฐานการทดสอบทางคลินิก (สำหรับ Class 3 และ 4)</li>



<li>คู่มือการใช้งานภาษาไทย (สำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท)</li>
</ul>



<div style="background-color: #E3F2FD; border-left: 5px solid #2196F3; padding: 18px 22px; margin: 24px 0; border-radius: 10px;">

  <p style="font-weight: 700; color: #0D47A1; margin-bottom: 10px; font-size: 16px;">
    💡 Tips
  </p>

  <p style="margin: 0; color: #333; line-height: 1.6; font-size: 15px;">
    เตรียมเอกสารทั้งหมดเป็น PDF พร้อมสารบัญที่ชัดเจนก่อนอัปโหลด  
    เพราะระบบ e-Submission มีข้อจำกัดด้านขนาดไฟล์  
    และเอกสารที่ไม่เป็นระเบียบอาจทำให้ต้องแก้ไขและล่าช้าได้
  </p>

</div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-1024x683.jpg" alt="ขั้นตอนการ จด อย. เครื่องมือแพทย์" class="wp-image-1414" srcset="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-1024x683.jpg 1024w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-300x200.jpg 300w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-768x512.jpg 768w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-1536x1024.jpg 1536w, https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/top-view-health-still-life-arrangement-with-copy-space-1-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">ขั้นตอนการจด อย. เครื่องมือแพทย์</h2>



<p>ก่อนยื่นขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ผู้นำเข้าต้องได้รับการรับรอง GDPMD สำหรับสถานที่เก็บรักษาก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่มักถูกมองข้ามและอาจทำให้ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด โดยกระบวนการขึ้นทะเบียนมีหลายขั้นตอนที่ต้องทำตามลำดับ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ (GDPMD)</h3>



<p>ผู้นำเข้าต้องขอรับรองสถานที่นำเข้าตามหลัก GDPMD ก่อน คือต้องมีคลังสินค้าที่ผ่านมาตรฐานการจัดเก็บเครื่องมือแพทย์ รวมถึงระบบเอกสาร Quality Manual, SOP ครบทุกขั้นตอน และบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. รวบรวมเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ</h3>



<p>เมื่อมีสถานที่พร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ขอเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ ได้แก่ ใบรับรองมาตรฐาน (CE Mark, ISO 13485), Technical Documentation, Declaration of Conformity และหนังสือแต่งตั้งตัวแทน (Authorized Representative Letter) ซึ่งต้องมีการรับรองเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด การรอเอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศอาจใช้เวลา 1-3 เดือน ควรเริ่มขอล่วงหน้า</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ยื่นขอขึ้นทะเบียนผ่านระบบ e-Submission</h3>



<p>ยื่นเอกสารทั้งหมดผ่านระบบ e-Submission ของ อย. ที่ <a href="https://privus.fda.moph.go.th" target="_blank" rel="noopener">privus.fda.moph.go.th</a> โดยอัปโหลดเอกสารทุกรายการตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนก่อนรับเรื่อง ถ้าเอกสารไม่ครบจะถูกส่งกลับให้แก้ไขก่อนเริ่มนับระยะเวลาพิจารณาใหม่</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. รอการพิจารณาและตอบคำถามเพิ่มเติม</h3>



<p>หลังยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่ อย. จะพิจารณาและอาจส่งคำถามหรือขอเอกสารเพิ่มเติม ผู้ยื่นต้องตอบกลับภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่มีการตอบกลับไฟล์อาจถูกปิดและต้องยื่นใหม่ การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. ได้รับเลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์</h3>



<p>เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว อย. จะออกเลขทะเบียนให้ ซึ่งต้องแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งที่นำออกจำหน่าย เลขทะเบียนนี้ผูกกับบริษัทผู้นำเข้าที่ยื่น ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้</p>



<div style="background-color: #FBE9E7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">

<p style="font-weight: bold; color: #D84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>

<p style="margin: 0; color: #333;">ห้ามนำเข้าหรือจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ก่อนได้รับเลขทะเบียน อย. แม้จะมีเอกสารจากต่างประเทศครบก็ตาม โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>

</div>



<h2 class="wp-block-heading">ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการจด อย. เครื่องมือแพทย์</h2>



<p>ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาแตกต่างกันมากตามระดับความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์ ผู้ประกอบการควรวางแผนงบประมาณ และไทม์ไลน์ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้น เพราะถ้าสินค้ามาถึงท่าเรือแล้วแต่ยังไม่มีเลข อย. จะต้องเก็บไว้ในคลังสินค้าและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น</p>



<p>ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนกับ อย. อยู่ในระดับหลักร้อยถึงหลักพันบาทแล้วแต่ประเภทสินค้า แต่ค่าใช้จ่ายจริงส่วนใหญ่มาจากการเตรียมเอกสาร แปลและรับรองเอกสาร และค่าบริการผู้เชี่ยวชาญ</p>



<p>สำหรับระยะเวลา <strong>Class 1-2 ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน</strong> นับจากวันที่เอกสารครบ ส่วน <strong>Class 3-4 อาจใช้เวลา 6-18 เดือนขึ้นไป</strong> ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์และเอกสารที่ยื่น</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>การ <a href="https://csrich1.com/advertising-license-service/"><strong>จด อย. เครื่องมือแพทย์</strong></a> ไม่ใช่กระบวนการที่ทำได้ทันที แต่ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมสถานที่ให้ผ่านมาตรฐาน GDPMD ไปจนถึงการจัดทำเอกสารและข้อมูลทางเทคนิคให้ครบถ้วนก่อนยื่นขออนุญาต โดยยิ่งเครื่องมือแพทย์มีระดับความเสี่ยงสูง กระบวนการตรวจสอบ และเอกสารที่ต้องใช้ก็จะยิ่งละเอียด ใช้เวลามากขึ้น ดังนั้น การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้น ทั้งด้านสถานที่ เอกสาร และความเข้าใจในประเภทสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยลดความล่าช้าและเพิ่มโอกาสในการผ่านการอนุมัติได้อย่างราบรื่น</p>



<h2 class="wp-block-heading">FAQ</h2>


<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777343472744" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: จด อย. เครื่องมือแพทย์ต้องต่ออายุไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: เลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ไม่มีวันหมดอายุ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ เช่น เปลี่ยนผู้ผลิต สูตรการผลิต หรือบรรจุภัณฑ์ ต้องยื่นขอแก้ไขหรือขึ้นทะเบียนใหม่ตามกรณี นอกจากนี้ถ้าสถานที่นำเข้า (GDPMD) หมดอายุ ต้องต่ออายุด้วยเช่นกัน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343480771" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: ถ้าผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรอง CE Mark แล้ว ยังต้องจด อย. ไทยอีกไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องจดครับ CE Mark เป็นการรับรองจากยุโรป ไม่ใช่การรับรองของ อย. ไทย การมี CE Mark ช่วยให้กระบวนการขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยง่ายขึ้นมาก เพราะ อย. ยอมรับเอกสารที่ใช้ในการรับรอง CE ได้หลายส่วน</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343621118" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: ถ้าเครื่องมือแพทย์มีหลายรุ่น ต้องจดแยกทุกรุ่นไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสินค้า หากต่างกันแค่สีหรือขนาดอาจยื่นรวมได้ แต่ถ้าฟังก์ชันหรือการใช้งานต่างกัน ต้องยื่นแยกตามแต่ละรุ่น</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343654758" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: ระหว่างรอ อย. พิจารณา สามารถนำสินค้าเข้ามาเก็บในไทยก่อนได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: สามารถนำเข้ามาเก็บในคลังสินค้าที่ผ่าน GDPMD ได้ครับ แต่ยังไม่สามารถจำหน่ายหรือแจกจ่ายได้ การจำหน่ายก่อนได้รับเลขทะเบียนถือเป็นความผิดตามกฎหมาย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343669363" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ใช้บริการตัวแทนยื่น อย. แทน แตกต่างจากทำเองอย่างไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ตัวแทนที่มีประสบการณ์จะช่วยลดความผิดพลาดของเอกสาร ลดรอบแก้ไข และช่วยให้กระบวนการผ่านได้เร็วขึ้น เพราะเข้าใจข้อกำหนดและแนวทางพิจารณาของ อย. มากกว่า</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<p>หากคุณกำลังวางแผนนำเข้าหรือผลิตเครื่องมือแพทย์ในไทย ทีมงาน <strong>C&amp;S Rich1</strong> พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอนการ<a href="https://csrich1.com/fda-registration-service/">จด อย. เครื่องมือแพทย์</a> ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปีและมากกว่า 500 เคส</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงงานจำพวก 1 2 3 คืออะไร? ต่างกันยังไง สรุปเข้าใจง่าย</title>
		<link>https://csrich1.com/factory-type-1-2-3-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pattarapol@decorear.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานจําพวก 1 2 3 คือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://csrich1.com/?p=1392</guid>

					<description><![CDATA[โรงงานจำพวก 1 2 3 ต่างกันยังไง? สรุปเกณฑ์การแบ่งประเภท ข้อกำหนดทางกฎหมาย และภาระหน้าที่ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนเปิดโรงงาน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงงานจำพวก 1 2 3 คือการแบ่งระดับโรงงานตามความเสี่ยงและผลกระทบ เพื่อกำหนดขั้นตอนก่อนเริ่มดำเนินการ แต่ละประเภทต่างกันที่ ระดับการควบคุมของกฎหมาย และขั้นตอนก่อนเริ่มประกอบกิจการ</p>
<p>บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าโรงงานจำพวก 1 2 3 แบ่งตามอะไร แต่ละประเภทคืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร พร้อมสรุปเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่ายในที่เดียว</p>
<hr />
<h2>โรงงานจำพวก 1 2 3 แบ่งตามอะไร?</h2>
<p>พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติมปี 2562) เป็นกฎหมายหลักที่กำหนดนิยาม และการแบ่งประเภทโรงงาน โดยพิจารณาจาก 2 เกณฑ์หลักคือ <strong>จำนวนคนงาน</strong> และ <strong>กำลังเครื่องจักร (แรงม้า)</strong> โดยใช้ค่าใดค่าหนึ่งที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์ตัดสิน</p>
<p>พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งโรงงานใช้เครื่องจักรหรือคนงานมากขึ้น ระดับการกำกับดูแลของภาครัฐก็ยิ่งเข้มขึ้นตาม เพื่อให้มั่นใจว่าโรงงานขนาดใหญ่มีความปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<div style="background-color: #fff8e1; border-left: 4px solid #FFC107; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #f57f17; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">จุดสำคัญ:</p>
<p>เกณฑ์การพิจารณาใช้ &#8220;อย่างใดอย่างหนึ่ง&#8221; ไม่ใช่ทั้งคู่ เช่น ถ้าเครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า แต่มีคนงาน 60 คน ก็ถือเป็นโรงงานจำพวก 3 ต้องขอ รง.4</p>
</div>
<hr />
<h2>โรงงานจำพวก 1 คืออะไร?</h2>
<p><strong>โรงงานจำพวก 1</strong> คือโรงงานขนาดเล็กที่สุดในการจำแนกประเภทตามกฎหมาย ใช้เครื่องจักรไม่เกิน 20 แรงม้า และมีคนงานไม่เกิน 20 คน</p>
<p>โรงงานจำพวก 1 ไม่ต้องขอใบอนุญาต และไม่ต้องแจ้งก่อนเริ่มดำเนินการ แต่ยังอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ถ้าพบว่าดำเนินการไม่ตรงตามมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจสั่งแก้ไขหรือระงับการดำเนินงานได้</p>
<p><strong>ตัวอย่าง </strong>โรงงานจำพวก 1 ที่พบบ่อย เช่น โรงงานผลิตอาหารขนาดเล็กในครัวเรือน โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็ก หรือโรงงานประกอบชิ้นส่วนขนาดย่อม</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-9.png" alt="" /></p>
<h2>โรงงานจำพวก 2 คืออะไร?</h2>
<p><strong>โรงงานจำพวก 2</strong> คือโรงงานขนาดกลาง ใช้เครื่องจักรระหว่าง 20-50 แรงม้า หรือมีคนงานระหว่าง 20-50 คน ตาม พ.ร.บ. โรงงาน ฉบับปี 2562 โรงงานจำพวก 2 เปลี่ยนจากระบบ &#8220;ขอใบอนุญาตก่อน&#8221; มาเป็นระบบ <strong>&#8220;แจ้งก่อนเริ่มประกอบการ&#8221;</strong> โดยแจ้งต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ก่อนเริ่มงาน แล้วเริ่มดำเนินการได้เลย ไม่ต้องรอการอนุมัติ</p>
<p>ระบบใหม่นี้ช่วยลดขั้นตอนให้ผู้ประกอบการขนาดกลางได้มาก แต่ยังต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-10.png" alt="" /></p>
<h2>โรงงานจำพวก 3 คืออะไร?</h2>
<p><strong>โรงงานจำพวก 3</strong> คือโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องได้รับการกำกับดูแลเข้มที่สุด มีเกณฑ์คือใช้เครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า หรือมีคนงานเกิน 50 คน โรงงานจำพวก 3 ต้องยื่นขอ <strong>ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)</strong> จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และรอการอนุมัติก่อนจึงจะเริ่มผลิตได้ นอกจากนี้ โรงงานจำพวก 3 ยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เข้มงวดกว่า เช่น มีระบบบำบัดน้ำเสีย มีแผนจัดการของเสีย และมีผู้ควบคุมดูแลด้านความปลอดภัยประจำโรงงาน</p>
<p><img decoding="async" src="https://csrich1.com/wp-content/uploads/2026/04/image-11-scaled.png" alt="" /></p>
<div style="background-color: #fbe9e7; border-left: 4px solid #FF5722; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #d84315; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">ข้อควรระวัง:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">หลายโรงงานเริ่มต้นเป็นจำพวก 2 แล้วลงทุนเพิ่มเครื่องจักรจนเข้าข่ายจำพวก 3 โดยไม่ได้ยื่นขอ รง.4 ก่อน ถือเป็นการประกอบการโดยไม่มีใบอนุญาต ควรตรวจสอบขนาดโรงงานก่อนการขยายทุกครั้ง</p>
</div>
<h2>เปรียบเทียบโรงงานจำพวก 1 2 3</h2>
<p>ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้สรุปความแตกต่างของโรงงานทั้ง 3 จำพวก เพื่อให้เห็นภาพรวมเรื่องระดับการควบคุมและขั้นตอนก่อนเริ่มประกอบกิจการได้ชัดเจนมากขึ้น</p>
<table style="width: 814px; border-collapse: collapse; height: 164px;">
<thead>
<tr>
<th scope="col">รายการ</th>
<th scope="col">จำพวก 1</th>
<th scope="col">จำพวก 2</th>
<th scope="col">จำพวก 3</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เครื่องจักร</td>
<td>ไม่เกิน 20 แรงม้า</td>
<td>20-50 แรงม้า</td>
<td>เกิน 50 แรงม้า</td>
</tr>
<tr>
<td>คนงาน</td>
<td>ไม่เกิน 20 คน</td>
<td>20-50 คน</td>
<td>เกิน 50 คน</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อกำหนดกฎหมาย</td>
<td>ไม่ต้องแจ้ง/ขออนุญาต</td>
<td>แจ้งก่อนเริ่ม</td>
<td>ต้องขอ รง.4</td>
</tr>
<tr>
<td>รอการอนุมัติ</td>
<td>ไม่ต้องรอ</td>
<td>ไม่ต้องรอ</td>
<td>ต้องรอ 30-90 วัน</td>
</tr>
<tr>
<td>ตรวจสอบพื้นที่</td>
<td>ไม่มี</td>
<td>ไม่มี</td>
<td>มีการลงพื้นที่ตรวจ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div style="background-color: #e8f5e9; border-left: 4px solid #4CAF50; padding: 16px 20px; margin: 24px 0; border-radius: 8px;">
<p style="font-weight: bold; color: #2e7d32; margin-bottom: 8px; font-size: 16px;">Tips:</p>
<p style="margin: 0; color: #333;">หากไม่แน่ใจว่าโรงงานเข้าข่ายจำพวกไหน ให้รวมกำลังเครื่องจักร (HP รวม) และจำนวนพนักงานในโรงงาน จากนั้นนำไปเทียบกับเกณฑ์ว่าข้อใดเข้าเงื่อนไขก่อน เพื่อประเมินประเภทโรงงานได้เบื้องต้น</p>
</div>
<h2>สรุป</h2>
<p>โรงงานจำพวก 1 2 3 เป็นการแบ่งประเภทโรงงานตามระดับขนาด ความเสี่ยง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาจากกำลังเครื่องจักรและจำนวนพนักงานเป็นหลัก เพื่อกำหนดระดับการควบคุมและขั้นตอนทางกฎหมายก่อนเริ่มประกอบกิจการ</p>
<p>โดยโรงงานจำพวก 1 เป็นกลุ่มที่มีผลกระทบน้อยที่สุด ไม่ต้องขอใบอนุญาต เพียงจดแจ้งก็สามารถดำเนินการได้ ส่วนโรงงานจำพวก 2 จะมีผลกระทบระดับปานกลาง ต้องแจ้งต่อหน่วยงานก่อนเริ่มประกอบกิจการ แต่ไม่ต้องขอใบอนุญาต รง.4 ขณะที่โรงงานจำพวก 3 เป็นโรงงานขนาดใหญ่หรือมีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องขอใบอนุญาต รง.4 และผ่านการตรวจสอบจากภาครัฐก่อนเริ่มดำเนินการทุกครั้ง</p>
<hr />
<h2>FAQ</h2>

<div id="rank-math-faq" class="rank-math-block">
<div class="rank-math-list ">
<div id="faq-question-1777343917392" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q1: ถ้าโรงงานเริ่มต้นเป็นจำพวก 2 แล้วขยายใหญ่ขึ้น ต้องทำอะไร?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ต้องยื่นขอ รง.4 ทันทีที่เครื่องจักรรวมเกิน 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 50 คน การขยายโดยไม่ขอใบอนุญาตถือว่าประกอบการผิดกฎหมาย ควรปรึกษาที่ปรึกษาก่อนขยาย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777343990887" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q2: วัดกำลังเครื่องจักรยังไง ใช้มอเตอร์กี่ตัวก็ได้ไหม?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: วัดจากกำลังรวมของเครื่องจักรทุกเครื่องที่ใช้ในกระบวนการผลิต (HP รวม) ไม่ว่าจะมีกี่ตัว ถ้ารวมแล้วเกินเกณฑ์ก็เข้าข่ายจำพวกนั้น โดยไม่ดูแยกทีละเครื่อง</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344003486" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q3: โรงงานจำพวก 2 ต้องแจ้งที่ไหน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: แจ้งที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ที่โรงงานตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านระบบ e-Factory ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เลย</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344015367" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q4: โรงงานเกษตรแปรรูปขนาดเล็กนับว่าเป็นโรงงานจำพวกไหน?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องจักรและจำนวนคนงานครับ ถ้าเครื่องจักรรวมไม่เกิน 20 แรงม้าและคนงานไม่เกิน 20 คน เป็นจำพวก 1 ถ้าเกินกว่านั้นก็จำแนกตามเกณฑ์ตามปกติ</p>

</div>
</div>
<div id="faq-question-1777344027876" class="rank-math-list-item">
<h3 class="rank-math-question "><strong>Q5: ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรงงานประเภทใด สามารถถามที่ไหนได้บ้าง?</strong></h3>
<div class="rank-math-answer ">

<p>A: สอบถามได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ หรือโทรสายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 หรือปรึกษาที่ปรึกษาเฉพาะทางอย่าง ซีแอนด์เอสริช 1 เพื่อประเมินสถานะโรงงานของคุณ</p>

</div>
</div>
</div>
</div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ถ้าคุณกำลังวางแผนตั้งโรงงานและไม่แน่ใจว่าต้องทำขั้นตอนอะไรบ้าง ทีม <strong>C&amp;S Rich1</strong> ยินดีให้คำปรึกษาตั้งแต่ตรวจสอบประเภทโรงงาน จัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงติดตามผลกับกรมโรงงาน ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ปีและมากกว่า 500 เคส &#8211; <a href="https://csrich1.com/factory-license-service/">ดูรายละเอียดบริการที่ปรึกษาโรงงาน</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>📲 Tel: <a href="tel:+66645607779">064-560-7779</a></p>



<p>💬 Line: @cs0645607779</p>



<p>📩 Email: <a href="mailto:csrich188@gmail.com">csrich188@gmail.com</a></p>



<p>📚 Facebook: <a href="https://www.facebook.com/p/%E0%B8%88%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A1-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-100069116491327/?_rdc=1&amp;_rdr=#" target="_blank" rel="noopener">จด อย บริษัท ซีแอนด์เอสริช1 จำกัด</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
