By

admin
พบกับโลกของเรือนเวลาที่หลอมรวมจิตวิญญาณนักผจญภัยกับความคลาสสิกไว้อย่างลงตัว เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) อวดโฉมเรือนเวลา มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph) ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปทรงทีวีอันเป็นเอกลักษณ์มาพร้อมตัวเรือนสีดำเคลือบ PVD จับคู่ตัดกับสีเบจได้อย่างมีสไตล์ ในครั้งนี้ มิโด ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการผสานฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี กลไกอันเลื่องชื่อที่ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมสายนาฬิกา 2 สไตล์ตอบโจทย์ทั้งลุคทางการและนักเดินทางที่หลงใหลความท้าทายในทุกสภาพแวดล้อม มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน หลังจากที่ มิโด (MIDO) ได้นำแรงบันดาลใจจากดีไซน์ทรงทีวีสุดคลาสสิกยุค 1970 กลับมาเรียกความตราตรึงใจอีกครั้งในปี 2023 ในครั้งนี้ มิโด ได้ยกระดับคอลเลกชั่นนี้ด้วย มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph)  โดยการบรรจุฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี เป็นครั้งแรก หัวใจสำคัญของเรือนนี้อยู่ที่หน้าปัดทรงทีวีสุดคลาสสิกขนาด 42 มิลลิเมตร ที่ไล่เฉดสีจากสีเทาไปสู่สีดำราวกับการเปลี่ยนผ่านจากกลางวันสู่กลางคืน พร้อมลวดลายขัดแนวนอนที่สะท้อนแสงดึงดูดทุกสายตา เสริมความแข็งแรงด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดซาตินสลับเงา ตัวสายถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างกลมกลืน เพิ่มความมีระดับด้วยการขัดเงาที่ข้อต่อตรงกลาง พร้อมเคลือบ PVD สีดำอย่างเรียบหรู ในส่วนของเข็มชั่วโมงและเข็มนาที รวมถึงเข็มหน้าปัดย่อย สีดำถูกขัดเหลี่ยมเพชรอย่างประณีต...
ในจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ การได้หยุดพักและดื่มด่ำกับมื้ออาหารท่ามกลางธรรมชาติ คือช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายที่มีค่าอย่างแท้จริง และนี่คือสิ่งที่ “Gaya” (กายา) ร้านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งใหม่ ภายใน Sama Garden BITEC BURI ตั้งใจมอบให้แก่ผู้ที่ได้มาลิ้มลอง ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้เป็นทั้งสถานที่รับประทานอาหารและมุมพักใจในเวลาเดียวกัน โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “จากป่าสู่โต๊ะอาหาร” (Forest to Table) ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ความหลากหลายของผืนป่า และวัฒนธรรมอาหารในภูมิภาค ผ่านรสชาติอันเข้มข้นและวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างประสบการณ์มื้ออาหารที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความประณีตในทุกสัมผัส “Gaya” (กายา) เป็นชื่อที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพีแห่งโลกในตำนานกรีกที่ชื่อว่า “Gaia” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผืนดินและชีวิต พร้อมเชื่อมโยงกับคำว่า “Kaya” ในภาษามาเลย์และอินโดนีเซีย รวมถึง “กายา” ในภาษาไทยและสันสกฤต ที่ล้วนมีความหมายเกี่ยวข้องกับบ้าน ความอุดมสมบูรณ์ และการบำบัด “Gaya” (กายา) จึงเป็นการถ่ายทอดความหมายของการหล่อเลี้ยงชีวิตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความสุขทางใจ โดยทุกเมนูที่ “Gaya” (กายา) รังสรรค์ขึ้นนั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากผืนป่าทั้งห้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ป่าดิบเขา (Hill Evergreen), ทุ่งหญ้าสะวันนา (Savanna), ป่าดิบชื้น (Tropical Rainforest), ป่าชายเลน (Mangrove) และ ป่าชายหาด (Beach Forest) ซึ่งแต่ละพื้นที่ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในคาแรกเตอร์ของวัตถุดิบและมิติของรสชาติ ที่ถูกนำมาตีความย่างประณีตและถ่ายทอดเป็นเมนูซึ่งเต็มไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราว เริ่มจาก “ป่าดิบเขา” ที่อุดมไปด้วยเห็ดป่าและสมุนไพรหลากชนิด เชฟได้รังสรรค์เมนู Miang-Kam Salad ใบเมี่ยงคำและยำใบชาหมัก เสิร์ฟพร้อมกุ้งกรอบและถั่วแมคคาเดเมียคั่ว ให้รสสดชื่นและช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตามด้วย Grilled Mushroom Steak และ Mushroom Fried Rice ที่ใช้เห็ดนานาชนิด อาทิ เห็ดสมองลิง, เห็ดนางรมเทา, และเห็ดนางรมแดง ผสมผสานกลิ่นหอมของสมุนไพรพื้นบ้าน...
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Rado ได้ฉลองการเปิดร้านบูติกของแบรนด์แห่งแรกอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้างเซ็นทรัล พาร์ค นอกจากนี้ จีชางอุค (Ji Chang-wook) ซุปเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีและแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Rado ยังมาร่วมเฉลิมฉลองกับแบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิสที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกในด้านความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ และการออกแบบที่ล้ำสมัย เสริมทัพด้วยคุณอาเดรียน บอสชาร์ด (Adrian Bosshard) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rado และยังมีสื่อมวลชนและลูกค้า VIP หลากหลายกลุ่มที่มาสร้างสีสันในงาน Rado และ จีชางอุค (Ji Chang-wook) ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในประเทศไทย พร้อมกับเสียงตอบรับที่ท่วมท้นจากแฟนๆ นับร้อยคนที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งต่างรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบปะกับนักแสดงมากความสามารถผู้นี้ด้วยตนเอง บรรยากาศภายในงานจึงเต็มไปด้วยความประทับใจที่น่าจดจำ ประสบการณ์ของ Rado สุดดื่มด่ำที่น่าจดจำ เปิดฉากการเฉลิมฉลองด้วยการเปิดตัวร้านบูติกอย่างเป็นทางการที่ห้างเซ็นทรัล พาร์ค คุณอาเดรียน บอสชาร์ด (Adrian Bosshard) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rado เป็นประธานในพิธีนี้ เสริมทัพด้วยจีชางอุค (Ji Chang-wook)  แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกที่มาพร้อมออร่าความเป็นซุปเปอร์สตาร์ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับงานอย่างมาก นักแสดงขวัญใจประชาชนต้อนรับแขกที่มาร่วมงานด้วยการกล่าวสุนทรพจน์อันอบอุ่นก่อนที่จะร่วมพิธีตัดริบบิ้นคู่กับคุณบอสชาร์ด  และคณะผู้บริหารของ Rado ที่ประเทศไทย ดีไซน์ของร้านบูติกสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรังสรรค์ความงามสง่า งานฝีมือและนวัตกรรมของ Rado รวมถึงยังอวดโฉมเรือนเวลาสุดไอคอนิกทั้งหมดของแบรนด์ด้วย ร้านบูติกสาขาใหม่แห่งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายเครือข่ายของ Rado ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมุ่งมั่นที่จะมอบสุดยอดประสบการณ์ของ Rado ให้แก่ลูกค้าทุกท่าน การเฉลิมฉลองสุดพิเศษท่ามกลางแฟนๆ ที่ชื่นมื่นและแขกผู้มีชื่อเสียง หลังจากพิธีเปิดร้านบูติกผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแล้วแขกก็ได้รับเชิญให้เดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในงานเปิดตัวนาฬิกา True Square Open Heart x Ji Chang-wook อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเรือนเวลาของ Rado ที่ร่วมกันออกแบบกับซุปตาร์แดนโสม งานเปิดตัวครั้งนี้ได้รับเสียงปรบมืออย่างเนืองแน่นในขณะที่คุณอาเดรียน บอสชาร์ด (Adrian Bosshard) และจีชางอุค (Ji Chang-wook) กล่าวแนะนำดีไซน์ที่มีระดับด้วยตนเอง และสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณความเป็นศิลปินของนักแสดงท่านนี้และนวัตกรรมไฮเทคเซรามิกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Radoเรือนเวลาน้องใหม่ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อปและลูกค้า VIP ของ Rado ทั้งไทยและเทศ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสได้กระทบไหล่จีชางอุค (Ji...
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดคอนโดมิเนียม ทำเล “พระราม 9” ยังคงตอกย้ำบทบาทความเป็น New CBD ของกรุงเทพฯ ได้อย่างแข็งแกร่ง และโครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) คือหนึ่งในบทพิสูจน์ ความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดในรอบ 3 ปี ด้วยทำเลติดห้างฯ เซ็นทรัล พระราม 9 และห่างจาก MRT เพียง 180 เมตร ส่งผลให้ โครงการนี้กลายเป็น Top Performer ที่สามารถปิดยอดขายได้กว่า 98% พร้อมการเติบโตของราคาที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 30% นับตั้งแต่วันเปิดพรีเซลในปี 2565 ล่าสุด บริษัท พระราม 9 อัลไลแอนซ์ จำกัด โดย บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการ และ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์...
เมื่อช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปีเวียนกลับมาอีกครั้ง การมอบของขวัญที่เต็มไปด้วยความหมายคือสิ่งที่ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขให้สมบูรณ์แบบและน่าประทับใจยิ่งขึ้น “ทิสโซต์” (Tissot) ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำสัญชาติสวิส ร่วมสร้างความทรงจำอันล้ำค่าผ่านของขวัญที่เปี่ยมด้วยความหมาย ในแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี The Gift of Time ที่คัดสรรเรือนเวลาจาก 4 คอลเลกชั่นสุดพิเศษ ได้แก่ บัลลาร์ด (Ballade) คอลเลกชั่นสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสไตล์ให้โดดเด่นมากขึ้นในช่วงเวลาพิเศษ, คลาสสิค ดรีม (Classic Dream) เรือนเวลายูนิเซ็กส์ในดีไซน์สุดคลาสสิกทว่าทันสมัย, พีอาร์เอ็กซ์ (PRX) นาฬิกาดีไซน์เรียบโก้สำหรับผู้ที่หลงใหลในสเน่ห์แห่งความวินเทจ และ พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) คอลเลกชั่นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในดีไซน์คลาสสิกร่วมสมัยอันทรงพลัง   ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่มีความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด โดยคอลเลกชั่นที่ “ทิสโซต์” (Tissot) ได้แนะนำสำหรับการเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสพิเศษในช่วงปลายปีนี้ ประกอบด้วยคอลเลกชั่น บัลลาร์ด (Ballade) หนึ่งในรุ่นดั้งเดิมจากปี 1994 ที่กลับมาในตัวเรือนทรงกลมขนาด 30  มม.และ 39 มม. ซึ่งได้รับการรังสรรค์ให้เปี่ยมด้วยความประณีตและความสง่างามยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยหน้าปัดซันเบิร์สต์ที่เปล่งประกายทุกมุมมอง ผสานขอบหน้าปัดแบบร่องที่ช่วยเพิ่มมิติความหรูหราให้เรือนเวลาได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน COSC (Contrôle official Suisse des Chronomètres) การันตีความเที่ยงตรงและคุณภาพระดับสูงตามแบบฉบับ Swiss Made พร้อมคุณสมบัติกันน้ำลึกถึง 100 ม. ต่อมาที่รุ่น คลาสสิค ดรีม (Classic Dream) ที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งความเรียบหรูเหนือกาลเวลา ด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดเงา มาพร้อมหน้าปัดให้เลือกทั้งขนาด 40 มม.และ 42 มม.  หน้าปัดครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน เพิ่มความคงทนและความหรูหราในทุกมุมมอง กลไกภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ พร้อมช่องบอกวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา ผสานความคุ้มค่ากับความเรียบหรูได้อย่างลงตัวผ่านดีไซน์คลาสสิกที่สะท้อนความประณีตของงานฝีมือตามแบบฉบับ Swiss Made หน้าปัดดีไซน์เรียบง่ายอ่านเวลาได้ชัดเจน พร้อมคุณสมบัติกันน้ำระดับความลึก 50 ม. เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสง่างามในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือช่วงเวลาสำคัญ เรือนเวลานี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งรสนิยมและความมั่นใจที่คงอยู่เหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง ถัดมาที่รุ่น พีอาร์เอ็กซ์...
สัมผัสนิยามใหม่ของนาฬิกาสไตล์โมโนโครม ที่สะท้อนความหรูหราอย่างร่วมสมัย ผสานความโมเดิร์นกับกลิ่นอายวินเทจได้อย่างลงตัว เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) ได้ประกาศเปิดตัวเรือนเวลาใหม่ในคอลเลกชั่น มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท ไทเทเนียม (Multifort TV Big Date Titanium) ที่ยังคงเอกลักษณ์หน้าปัดทรงทีวีสุดคลาสสิก เข้ากับการเลือกใช้วัสดุไทเทเนียมที่ให้สัมผัสเบาสบาย แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงทนทาน พร้อมโทนสีเทาเงินด้วยเทคนิคการทำสีสไตล์โมโนโครมสุดประณีต ที่เติมเต็มความมีสไตล์ให้กับผู้สวมใส่ได้อย่างลงตัว มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน สำหรับเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ล่าสุดจาก มิโด (MIDO) ในคอลเลกชั่น มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท ไทเทเนียม (Multifort TV Big Date Titanium) นำเสนอรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในทุกมิติ ผ่านวัสดุไฮเทคระดับพรีเมียมอย่างไทเทเนียม (Titanium) มาพร้อมหน้าปัดทีวีสุดคลาสสิกที่กลับมาโลดแล่นอีกครั้งเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของ มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท (Multifort TV...
ครบรอบ 1 ปีเต็ม สำหรับ วัน แบงค็อก รีเทล (One Bangkok Retail) แลนด์มาร์กแห่งไลฟ์สไตล์อันครบครันใจกลางกรุงเทพฯ ที่เป็นแหล่งเช็กอินสุดโปรดของเหล่าคนเมือง ล่าสุดเฉลิมฉลองครั้งใหญ่กับแคมเปญ “TURNS ONE” The First of Many Celebrations จุดเริ่มต้นแห่งช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองตลอดเดือนตุลาคมต่อเนื่องสู่เทศกาลปลายปี เพื่อตอกย้ำแนวคิด “The Rhythmic Shopping Experience at the Heart of Bangkok” ในฐานะพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ด้วยการเนรมิตทุกมุมให้เต็มไปด้วยสีสันและความสนุก พร้อมอัปเดตร้านค้าเปิดใหม่ที่ทุกคนรอคอย! ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง BOSS, BOSS Café, The Decorum Park House, On Cloud Flagship Store, alo, Pasticceria Cova, Tesla Experience Center รวมถึงแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนเมือง อาทิ Brooks Brothers, DJI, M.A.C, LEGO, Bardo Brasserie, Standard Product, CHAGEE, The Gastro District & Bar, Well-Healing by MedPark และ แบรนด์สตรีทแฟชั่นขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่าง CARNIVAL อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองไปกับเทศกาลงานครบรอบ 1 ปีเต็มครั้งนี้ โดยความพิเศษของร้านค้าเปิดใหม่ครั้งนี้คือการที่แต่ละแบรนด์มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจ อาทิ Tesla Experience Center แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ใจกลางเมือง พื้นที่การเรียนรู้นวัตกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีของยานยนต์สุดล้ำ ส่งมอบประสบการณ์เพื่อให้ทุกคนที่สนใจได้ทดลองขับและสัมผัสและความพิเศษของ Tesla อย่างใกล้ชิด รวมถึง BOSS Flagship คอนเซ็ปต์สโตร์ดูเพล็กซ์แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเปิดตัว BOSS Café ครั้งแรกในไทยและภูมิภาค, The Decorum Park House คอนเซ็ปต์สโตร์ที่ผสานแฟชั่น ไลฟ์สไตล์...
ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ของศิลปะอาร์ตเดโค (Art Deco) ทิสโซต์ (Tissot) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเรือนเวลาคุณภาพสูง ด้วยการเปิดตัวนาฬิกา เอสอาร์วี (SRV) เรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผสมผสานเสน่ห์เหนือกาลเวลาของสไตล์เรขาคณิตจากช่วงทศวรรษ 1920 เข้ากับแรงบันดาลใจจากดีไซน์วินเทจจากรุ่นปี 1975 ไว้ด้วยกันอย่างวิจิตรบรรจง และเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์เมื่อผู้หญิงเริ่มมีบทบาทในการขับเคลื่อนทางสังคมและเป็นอิสระอย่างแท้จริง               ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่มีความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด               โดยเรือนเวลา ทิสโซต์ เอสอาร์วี ได้ถ่ายทอดถึงความเปล่งประกายและเสน่ห์อันโดดเด่นของผู้หญิงยุคใหม่ ที่มีทั้งความทันสมัย เป็นอิสระ ชอบเข้าสังคม มีความเป็นมืออาชีพและกล้าที่จะแตกต่าง ผ่านการดีไซน์นาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมที่เจียระไนอย่างประณีตราวกับอัญมณีพร้อมตกแต่งด้วยกระจกมุมที่สะท้อนถึงรูปทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกความหรูหราแบบวินเทจและแฝงไว้ด้วยความเรียบเท่ที่ทันสมัย สื่อถึงความเปล่งประกายของผู้หญิงในทุกแง่มุม ซึ่งนับเป็นการยกย่องช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์เมื่อผู้หญิงเริ่มก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญอย่างเต็มภาคภูมิ และในแต่ละดีไซน์ของคอลเลกชันยังบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ เอสอาร์วี (SRV) เป็นมากกว่านาฬิกา แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้สวมใส่กล้าที่จะโดดเด่นและเป็นตัวของตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ ทิสโซต์ (Tissot) ได้เปิดตัวแคมเปญที่นำเสนอเรื่องราวของนาฬิกาผ่านความมีสไตล์ของ อากาธ เทซซิเอร์ (Agathe Teyssier) นางแบบสาวผู้เปี่ยมด้วยบุคลิกอันน่าหลงใหล เป็นตัวแทนของความมั่นใจ ความยืดหยุ่น และใช้ชีวิตในแบบของตนเองอย่างสง่างามไร้ข้อจำกัด เอสอาร์วี (SRV) เป็นเรือนเวลาดีไซน์วินเทจเรียบหรู ที่มาพร้อมกลไกควอตซ์ EOL (End of Life) ด้วยคุณสมบัติให้ความแม่นยำสูง และมีตัวบ่งชี้สถานะพลังงานที่ช่วยให้ผู้สวมใส่เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ โดย SRV นั้นมาจากคำว่า Sapphire, Rectangle และ V ที่สื่อถึงการกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร (5 บาร์) ซึ่งเรือนเวลา เอสอาร์วี (SRV) ได้ผสมผสานความแม่นยำและความทนทานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมกับเสน่ห์ดึงดูดใจแบบวินเทจที่คงอยู่เหนือกาลเวลา สำหรับ เอสอาร์วี...
สะท้อนจิตวิญญาณของความสง่างามเหนือกาลเวลาและนวัตกรรมอันล้ำสมัย ผ่านการออกแบบที่ผสานระหว่างมรดกทางหัตถศิลป์กับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เมื่อ เบรเกต์ (Breguet) แบรนด์นาฬิกาชั้นสูงจากสวิสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 250 ปี เปิดตัวบูติคโฉมใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้า ION Orchard ประเทศสิงคโปร์ ที่นับเป็นบูติคภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การออกแบบบูติคแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ปรากฏในสาขาสำคัญของแบรนด์ อาทิ สาขาแฟลกชิปสโตร์ที่ถนน Bahnhofstrasse ใน Zurich ด้วยการออกแบบภายในจากการใช้วัสดุอันหรูหราอย่างไม้วอลนัทดำ (American walnut) หินอ่อนโทนอบอุ่น และเส้นโค้งอันอ่อนช้อย ที่มีพรมภายในร้านประดับลวดลายกิลโยเช่ (guilloché) อย่างประณีต ขอบเฟอร์นิเจอร์สะท้อนแรงบันดาลใจจากดีไซน์ตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง พร้อมเติมเต็มบรรยากาศด้วยโทนสีฟ้า Breguet Blue ถ่ายทอดเอกลักษณ์เชิงหัตถศิลป์อันเป็นตำนาน ที่ทรงพลังและเปี่ยมความสง่างาม เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ผู้มาเยือน บูติคถูกออกแบบให้มีโซนส่วนตัวที่สงบและอบอุ่นสำหรับการสัมผัสเรือนเวลาชั้นเลิศอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดแสดงคอลเลกชั่นไอคอนิก อาทิ Classique, Tradition, Marine และ Reine de Naples รวมถึงมุมให้คำปรึกษาแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่สะท้อนปรัชญาการดูแลลูกค้าของแบรนด์อย่างแท้จริง การเปิดบูติคโฉมใหม่ครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำจุดยืนของ เบรเกต์ (Breguet) ในฐานะแบรนด์นาฬิกาที่เปี่ยมด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์ หากยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อตอบสนองต่อผู้หลงใหลในศิลปะแห่งเรือนเวลาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโอกาสที่แบรนด์เฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งนวัตกรรม การคิดค้น และความสง่างาม เบรเกต์ (Breguet) ยังคงสืบสานวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้ง พร้อมมุ่งสู่อนาคตอย่างมั่นคงต่อไป
ยิ่งใหญ่สมการรอคอย! เมื่อ มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ ถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ จัดงาน Prime-Time Event 2025 ครั้งสำคัญของเอเชีย พร้อมเผยโฉม มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph) เรือนเวลาที่มาพร้อมรูปทรงทีวีอันเป็นเอกลักษณ์ใน 3 ดีไซน์อันโดดเด่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ยอดนิยมในยุค 1970 ที่กลับมาอีกครั้งในปี 2023 และยังคงสร้างความประทับใจให้แก่เหล่าคนรักนาฬิกาทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ มิโด (MIDO) ได้นำเสนอความล้ำหน้าอีกขั้นด้วยการบรรจุฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี เป็นครั้งแรก ตอกย้ำความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการสร้างสรรค์นาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยในงานสุดพิเศษครั้งนี้ มร.ฟรานซ์ ลินเดอร์ (Mr. Franz Linder) ประธานบริหารแบรนด์ มิโด (MIDO) ได้เนรมิตบรรยากาศงานอันน่าประทับใจ ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อต้อนรับแขกสุดพิเศษกว่า 150 ท่านจากทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ชนินทร์ เตรัตนชัย, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, เฉลิมพล อัครภิญโญกุล, ปรีดากร เมธเกรียงชัย, ยวิษฐา กรินชัย, วิชาดา พูลผล และอีกมากมาย อีกทั้งยังมีนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง เก้า-นพเก้า เดชาพัฒนคุณ, มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร และ บี้-ธรรศภาคย์ ชี มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจในค่ำคืนแห่งความเหนือระดับนี้ มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN &...
1 2 3 16

About Us

Image
We are a company which offers a full service of communication, established by a young blood team with considerably high experience.

More About Us

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Popular Post

Image
ดื่มด่ำประสบการณ์แห่งรสชาติอาหารชั้นเลิศที่ “Gaya” (กายา) ร้านอาหารคอนเซ็ปต์ “Forest to Table” ที่พาธรรมชาติจากผืนป่าสู่โต๊ะอาหารอย่างร่วมสมัย ผสานวัตถุดิบ ศิลปะ และเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ImageDecember 12, 2025
Image
โฟร์ บาย โฟร์ แมน
ImageSeptember 11, 2018
Image
Bric’s
ImageNovember 6, 2018
Image
Milin ฉลองยิ่งใหญ่ครบรอบ 5 ปี แห่งความสำเร็จ
ImageNovember 7, 2018
Image
Sava Dining Speak less, eat more
ImageFebruary 10, 2019
Image
The Raw Bar at Central Festival Eastville
ImageFebruary 10, 2019

My New Stories

Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image