<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0" xmlns:cc="http://cyber.law.harvard.edu/rss/creativeCommonsRssModule.html">
    <channel>
        <title><![CDATA[Stories by Jeed Story on Medium]]></title>
        <description><![CDATA[Stories by Jeed Story on Medium]]></description>
        <link>https://medium.com/@jeed.diamond?source=rss-37055958a576------2</link>
        <image>
            <url>https://cdn-images-1.medium.com/fit/c/150/150/1*4vD4itPsnwkr7WuTxM0XcQ.jpeg</url>
            <title>Stories by Jeed Story on Medium</title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond?source=rss-37055958a576------2</link>
        </image>
        <generator>Medium</generator>
        <lastBuildDate>Wed, 27 May 2026 12:19:01 GMT</lastBuildDate>
        <atom:link href="https://medium.com/@jeed.diamond/feed" rel="self" type="application/rss+xml"/>
        <webMaster><![CDATA[yourfriends@medium.com]]></webMaster>
        <atom:link href="http://medium.superfeedr.com" rel="hub"/>
        <item>
            <title><![CDATA[Think Simple (Twice) สิ่งที่ได้จากเล่มนี้ (Part1)]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/think-simple-twice-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89-part1-2a1ce8dca07b?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/2a1ce8dca07b</guid>
            <category><![CDATA[oxygen-project]]></category>
            <category><![CDATA[sellfreflection]]></category>
            <category><![CDATA[think-simple]]></category>
            <category><![CDATA[welearn]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Sat, 11 Apr 2026 10:20:36 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2026-04-11T10:37:39.788Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 9 มี.ค. 2569 ได้รับหนังสือเล่มนี้ think simple จากผู้เขียนคุณโสภณ ศุภมั่งมี ส่งตรงมาให้ กราบขอบพระคุณจากใจ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/876/1*Y6uVSDQkjupycH3W_oG-ZQ.png" /><figcaption>think simple/ โสภณ ศุภมั่งมี</figcaption></figure><p>ซึ่งเป็นแฟนคลับคุณโสมานาน และมีหลายเล่มบนชั้นหนังสือของนักเขียน นักแปลท่านนี้ จำได้ว่าเล่มที่อ่านเล่มแรกของคุณโสคือเล่ม… The Nerd of Microsoft ซึ่งเขาเคยเป็นอดีตโปรแกรมเมอร์บริษัทซอฟต์แวร์ใหญ่อันดับต้นๆของโลก ระดับไมโครซอฟท์ เล่มนี้เล่าถึงชีวิตของหนุ่มไทยคนนี้ จากจ.เชียงใหม่เดินทางไปอเมริกา ได้เข้าไปทำงานองค์กรนี้ การร่วมงานกับคนต่างชาติ และงานที่ท้าทายไปจนถึงไลฟ์สไตล์ของพนักงานสุดเนิร์ดที่เขาได้พบเจอ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/592/1*S9WKZtiReORlXHMT_0uYuw.png" /><figcaption>The Nerd of Microsoft/ โสภณ ศุภมั่งมี</figcaption></figure><p>จนมาถึงเล่มล่าสุดนี้ “ think simple” ที่อ่านจบไปครั้งนึงแบบไม่ได้ลงลึกเท่าไหร่ พอวันนี้มีเวลาหยิบมาอ่านซ้ำอีกรอบ ได้ข้อคิดแปะโพสอิทบานปลาย อ้าหนังสือจนเริ่มมีหน้าหลุดละ 555 นี่ฉันข่มขืนหนังสือคุณโสสะสาสมเลย <br>ในใจร้องแงๆๆ เพราะเป็นคนรักหนังสืออยู่ แถมเป็นเล่มที่คุณโสส่งมาให้อี้ก!!!</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*6wk5AawK5iXvoIJqEO0WDg.jpeg" /></figure><p>มาดูกันว่า อ่านแล้วเราตกผลึกเรื่องอะไรบ้าง พร้อมมุมความรู้สึก ความประทับใจที่หยิบมาใช้ในชีวิตและการทำงานกัน</p><ol><li>ชอบเรื่องนิทานเซน <strong><em>บทที่ 10 (เราทุกคนคือช่างไม้) </em></strong>ที่ให้ข้อคิดในเรื่อง <strong>“การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ”</strong> อย่าทำงานแค่ just done แต่ให้ทำระดับ well done โดยเพิ่มความใส่ใจ <strong><em>คิดเผื่อคนอื่นที่รับงานต่อจากเรา ตรวจสอบงาน อ่านทวนก่อนส่งมอบ</em></strong><em> </em><br>ชอบตอนจบของบทนี้ที่ว่า “ให้คิดว่าเรากำลังถือค้อน ตอกตะปูสร้างบ้านหลังนี้ไม่ได้ให้คนอื่นอยู่ แต่กำลังสร้างบ้านนี้ให้ตัวเอง แน่นอนหากหลังนี้เป็นหลังที่เราอาศัยอยู่ เราจะพิถึพิถันในการเลือกวัสดุ ลงมือสร้างแต่ละขั้นตอนแค่ไหน”</li></ol><p>สรุป…อย่าชุ่ยกับงานที่ทำ สุดท้ายมันคือตราประทับ (personal branding) ของเราในความรู้สึกของคนที่เราทำงานด้วย</p><p>2. ตอนอ่าน<strong><em>บทที่ 32 (ปล่อยให้ตัวเองเจ็บปวด) </em></strong>ทำให้คิดถึงสถานการณ์ตอนนี้ที่คนทั่วโลกอยู่ภาวะ stagflation ถ้วนหน้า ที่คิดว่าเดี๋ยวสงครามจะจบแล้วทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม แต่ความเป็นจริงโลกก่อนสงครามไม่น่าหวนกลับมาได้ในเร็ววัน และน่าจะอยู่กับพวกเราไปอีกปีถึงสองปี เพราะเศรษฐกิจของไทยมีอาการทั้งฟุบ และเฟ้อ (เม.ย. 2026)</p><p>ในบทนี้พูดถึง พลเรือโทเจมส์ สต็อกเดล นายทหารอเมริกันถูกจับเป็นเชลยศึกสงครามเวียดนามนานเกือบปี 8 ปี เคยได้รับคำถามว่า “คนประเภทไหนที่เอาตัวรอดในคุกไม่ได้” — - — คำตอบคือ “พวกมองโลกในแง่ดี” เพราะคนที่มองโลกในแง่ดีจะพร่ำบอกตัวเองว่า “เดี๋ยวเขาก็หยุดรบ ไม่รบกันไปตลอดหรอก” พอผ่านไปสองเดือนยังคิดอยู่ว่า “เดี๋ยวมันก็หยุดยิงกัน ใกล้ล่ะไม่นานหรอก” สุดท้ายรอไปเรื่อยๆ สิ่งที่หวังกับความเป็นจริงไม่ตรงกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เราจะยืนอยู่ท่ามกลางเรื่องแย่ๆเหล่านี้ได้แบบไม่หลอกตัวเองยังไง</p><p>สต็อกเดลบอกให้เรายืนอยู่บนความเป็นจริง แบบมีความหวังว่าเราจะผ่านมันไปได้</p><ul><li>เลิกกดดันตัวเองให้ต้องแข็งแกร่งขึ้นทันที: การใช้ชีวิตที่ไม่ต้องรีบเอาชนะ ค่อยๆไป บางครั้งเราต้องการเวลาพักใจ ยอมรับว่าเราอ่อนแอได้ รู้สึกกับมันได้ว่าตอนนี้รู้สึกยังไงกับมัน กลับมาดูแลตัวเอง</li><li>เป้าหมายไม่ใช่การเป็น “ซุปเปอร์แมน” แต่คือการเป็น “ผู้รอดชีวิต” : เรามักถูกสอนให้มองหา ข้อดี ข้อคิ การเรียนรุ้ว่ ‘เราได้อะไรจากเหตุการณ์ที่เกิดขี้น’ หรือ “ตกงานครั้งนี้มันให้อะไรกับเรา” ซึ่งบางครั้งมันอาจจะว่างเปล่าในข้อคิดแต่เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกล้นหัวใจ</li></ul><p>3. <strong><em>บทที่ 11 เมื่อคนเก่งที่สุดกลายเป็นหัวหน้าที่ห่วยที่สุด </em></strong>เวลาเลือกคนเป็นหัวหน้า/ผู้นำ ส่วนใหญ่มักจะเลือกจากผลงานที่แสดงออกมา สามารถสร้างผลลัพธ์ได้โดดเด่นคิดว่าคนเหล่านี้น่าจะเป็นผู้นำที่ดีแน่ๆ แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นด้านตรงข้าม</p><blockquote><strong>หลักการของปีเตอร์ (Peter’s Principle) </strong>ทฤษฎีที่เกิดจากงานเขียนแกมเสียดสีโดยอาจารย์ด้านการศึกษาชาวแคนาดา ลอว์เรนซ์ ปีเตอร์ (Laurence Peter) เนื้อหาในเล่มพูดถึง “โครงสร้างองค์กรแบบลำดับชั้น พนักงานทุกคนจะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ตัวเองไม่มีความสามารถพอ (In a Hierarchy Every Employee Tends to Rise to His Level of Incompetence.)”</blockquote><p>หากพนักงานคนไหนมีผลงานดีเป็นที่น่าจับตา ไม่นานก็จะได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นไปตำแหน่งที่สูงขึ้น และหากผลงานยังคงเปล่งประกาย ก็คงได้รับการเลื่อนขั้นต่อเนื่องขึ้นไปเรื่อยๆ…จนวันหนึ่งไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อีกต่อไป แม้ว่าจะยังนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ก็แทบไม่มีโอกาสขึ้นบันไดต่อ<br>ดังนั้นการโปรโมทส่วนใหญ่ดูจาก “ผลงานเดิม” ไม่ใช่ “ความสามารถ/ศักยภาพในงาน/ตำแหน่งใหม่” ถึงมีคำกล่าวที่ว่า<strong> “เราสูญเสียพนักงานขายมือทอง กลับได้หัวหน้าห่วยๆมาทำงาน”</strong></p><h4>ชุดทักษะที่ทำให้ได้เป็นหัวหน้า # ชุดทักษะที่ทำให้เป็นหัวหน้าที่ดี</h4><h4>ได้เป็นหัวหน้า # เป็นหัวหน้าที่ดี</h4><p>แล้วหัวหน้าที่ดีควรมี/เป็นอะไรบ้าง??? โดยในบทนี้คุณโสเกริ่นถึง Project Oxygen ของ Google ในปี 2008 เปิดตัว Project Oxygen เพื่อหาคำตอบว่า “หัวหน้าทีมที่ดี” ควรมีคุณสมบัติอย่างไร ผ่านการวิจัยเชิงลึกที่เก็บข้อมูลจากการประเมินประจำปี สำรวจพนักงานกว่า 10,000 คน สัมภาษณ์ผู้จัดการ รีวิวผลงาน และการเสนอชื่อรางวัล Great Manager Award</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*gBhOjfcAh0vZ713n.png" /><figcaption><a href="https://addyo.substack.com/p/effective-engineering-managers">https://addyo.substack.com/p/effective-engineering-managers</a></figcaption></figure><p><strong>1. เป็นโค้ชที่ดี (Is a good coach)</strong><br>การเป็นโค้ชที่ดี หมายถึง การให้คำแนะนำ สนับสนุน และให้กำลังใจกับทีม เพื่อให้พวกเขาประสบความสำเร็จทั้งเป้าหมายในชีวิต การทำงาน</p><p>รวมถึงใช้เวลาในการทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน และแรงบันดาลใจของแต่ละคนในทีม จากนั้นจึงปรับวิธีการโค้ชให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ และจะได้นำไปในทางที่ใช่มากขึ้น ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมของการเรียนรู้และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในทีมอีกด้วย</p><p><strong>2. ให้อิสระกับทีม และไม่จุกจิก (Empowers team and does not micromanage)</strong><br>การมอบอำนาจให้ทีม เปิดโอกาสให้ทีมมีอิสระในการตัดสินใจ และรับผิดชอบงานของตัวเอง โดยมีหัวหน้าคอยสนับสนุน ซัพพอร์ตทรัพยากรต่าง ๆ อยู่เบื้องหลัง เพราะอาจทำให้ความคิดสร้างสรรค์ ความพึงพอใจ และนวัตกรรมของทีม</p><p><strong>3. สร้างบรรยากาศทำงานในทีมให้ดี (Creates an inclusive team environment, showing concern for success and well-being)</strong><br>คนในทีมรู้สึกตนเองมีคุณค่า ได้รับการยอมรับ และมีพื้นที่ปลอดภัย ลีดเดอร์ใน Google จะให้ความสำคัญทั้งความสำเร็จของทีม และความเป็นอยู่ที่ดีของแต่ละคนด้วย ไม่ใช่แค่ในงาน แต่ยังรวมถึงชีวิตส่วนตัวด้วย</p><p>ผู้นำที่ดีสามารถสร้าง <strong>“พื้นที่ปลอดภัยทางใจ” </strong>ให้ทีมรู้สึกสบายใจที่จะเสนอไอเดีย ตั้งคำถาม หรือพูดถึงความกังวล โดยไม่กลัวว่าจะถูกตัดสิน</p><p><strong>4. มีความเป็นมืออาชีพ และมุ่งเน้นผลลัพธ์ (Is productive and results-oriented)</strong><br>ลีดเดอร์ที่ดีสามารถผลักดันให้ทีมทำงานด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ ในขณะเดียวกันก็ยังต้องรักษาบรรยากาศการทำงานที่ดีด้วย ที่ Google พบว่า ลีดเดอร์ที่เก่งจะสามารถบาลานซ์ได้ระหว่างความคาดหวังที่ท้าทาย กับการรักษาบรรยากาศที่ดูปลอดภัยและดูได้รับการสนับสนุน</p><p>ทีมจะมีการตั้งมาตรฐานสูง ส่งมอบงานได้ตามที่รับปากไว้ ในขณะเดียวกันก็ให้การยอมรับ และฉลองความสำเร็จของสมาชิกในทีมไปพร้อมกัน</p><p><strong>5. เป็นนักสื่อสารที่ดี ที่ฟังและแบ่งปันไปพร้อมกัน (Is a good communicator — listens and shares information)</strong><br>ลีดเดอร์เป็นผู้ฟัง รับฟังอย่างจริงจัง รับ Feedback รวมถึงเปิดรับความคิดเห็น และให้คนในทีมรู้สึกว่ามีคุณค่า สื่อสารอย่างโปร่งใส ไม่หมกเม็ด ทั้งเรื่องข่าวสารบริษัท เป้าหมายของทีม ความคาดหวังต่อแต่ละคนในทีม ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และทีมเวิร์กในระยะยาวได้</p><p><strong>6. ซัพพอร์ตการเติบโต และการสร้าง Performance (Supports career development and discusses performance)</strong><br>เห็นการพัฒนาเติบโตของพนักงานเป็นการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย (investment not expenses) มีความสำคัญและส่งผลต่อความผูกพันของพนักงาน ความพึงพอใจในการทำงาน และการรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร</p><p>นอกจากนี้หัวหน้าทีมยังให้ Feedback เรื่อง Performance อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเปิดพื้นที่คุยว่าพนักงานจะ “เก่งขึ้น” และ “ก้าวหน้า” ไปได้อย่างไร</p><p><strong>7. มีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่ชัดเจน (Has a clear vision/strategy for the team)</strong><br>การมี วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมจะช่วยให้ทีมไปในทิศทางเดียวกัน อย่างที่ Google จะสื่อสารวิสัยทัศน์ของทีมอย่างชัดเจน พร้อมกับกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ที่ต้องทำเพื่อให้ไปถึงจุดนั้นด้วย โดยชวนทีมร่วมกันออกแบบภาพอนาคตร่วมกัน จนทีมรู้สึกมีส่วนร่วม และอยากพาทีมสำเร็จไปด้วยกัน</p><p><strong>8. มีทักษะด้านเทคนิคเพียงพอที่จะให้คำแนะนำทีมได้ (Has key technical skills to help advise the team)</strong><br>ไม่จำเป็นต้องเก่งจนสุด ต้องลงมือทำเองทุกเรื่อง แต่คนเป็นหัวหน้าต้องมีความเข้าใจในเนื้องานที่ตัวเองดูแลด้วย และวิธีการทำงานหลักที่เกี่ยวข้องกับทีมด้วย</p><p>ซึ่งจะช่วยให้ผู้นำสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างมั่นใจ และทำให้ทีมเชื่อมั่นได้ว่า “หัวหน้าเข้าใจสิ่งที่พวกเขาทำจริง ๆ”</p><p><strong>9. ทำงานร่วมกับทีมได้ (Collaborates across teams)</strong><br>หัวหน้าที่ดีจะมองหาโอกาสในการร่วมมือกับทีมอื่นอยู่เสมอเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย ใช้ทรัพยากรร่วมกัน หรือสร้างโครงการข้ามทีม</p><p>ไม่ใช่เก่งอยู่ทีมเดียว การเปิดรับมุมมองที่หลากหลาย และได้ทำงานร่วมกับคนเก่งจากทีมอื่น จะทำให้ทีมสามารถขยายผลลัพธ์ได้มากขึ้น และตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ขึ้นได้</p><p><strong>10. ตัดสินใจเด็ดขาดและรอบคอบ (Is a strong decision maker)</strong><br>ผู้นำตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ รอบคอบ และแม่นยำ เมื่อถึงเวลาที่ต้องฟัน หรือมีข้อจำกัดในการไปสู่เป้าหมาย</p><p>แก่นแท้ของ<strong> “ผู้นำที่ดี”</strong> ในทุกองค์กร คือผู้นำที่สนับสนุนการเติบโตของคน + จุดประกายความคิดใหม่ + ทำให้การทำงานมี “ความหมาย” มากกว่าแค่เป้าหมาย</p><p>การโฟกัสในทักษะที่มองไม่เห็น หรือ Soft Skill แม้แต่ในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google ยังยืนยันว่า<strong> “โค้ชที่ดี → สนับสนุนดี → สื่อสารดี = ผู้จัดการที่เวิร์ก”</strong></p><p>ตอนอ่านจบบทนี้ ทำให้นึกถึงพี่เอ๋อ ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ธนาคาร ttb</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/440/0*ly1J8d8aPuIZEFiN.jpg" /></figure><p>มักพูดถึง… 4 หลักการการบริหารคนตลอดการทำงานที่ผ่านมา… <strong>“สื่อสาร รับฟัง แก้ปัญหา ให้กำลังใจ” </strong>เป็นสี่เรื่องที่ดูง่าย แต่อาจดูเป็นเรื่องท้าทายในบางมุมสำหรับผู้นำ/หัวหน้าทีมในการเป็นผู้นำยุคเอไอที่ความคาดหวังในทุกด้าน เก่งงาน เก่งคน เก่งตน</p><p>ขอบคุณคุงโสทั้งมิตรภาพที่ think simple and think each other</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*IvwwelY-owqi94nTqR8XhA.jpeg" /></figure><p>#thinksimple #โสภณศุภมั่งมี #goodleader #oxygenproject #googleproject</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=2a1ce8dca07b" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[4 เรื่องต้องมีหากอยากสร้าง Personal Branding แบบไม่ตะโกน]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/4-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-personal-branding-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%99-b7a0f70e1283?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/b7a0f70e1283</guid>
            <category><![CDATA[jeed-diamond]]></category>
            <category><![CDATA[personal-branding]]></category>
            <category><![CDATA[jeedsinspiration]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 10 Feb 2026 11:01:01 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2026-02-10T11:01:01.590Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ในมุมคนทำงาน ไม่ว่าจะอยู่สายงานด้านไหน <br>เราต่างมีคาแรคเตอร์ ตัวตนที่สร้างสมกันมา <br>จนสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Personal Brand) <br>กลายเป็นที่จดจำจนลูกค้ารู้สึกว่า…<br>คนๆนี้ที่ได้ทำงานร่วมด้วยได้ส่งมอบการบริการ/สินค้า<br>ที่มากกว่ามูลค่า นั่นคือ “คุณค่า” ที่ได้รับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*Yr0xSWnGE8OLLkxa" /><figcaption>Photo by <a href="https://unsplash.com/@jdiegoph?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Diego PH</a> on <a href="https://unsplash.com?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Unsplash</a></figcaption></figure><p>หนึ่งในการสื่อสารที่ทรงพลังในโลกของการทำงาน <br>สินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดคือ “ชื่อเสียงและตัวตน” ที่แต่ละคนสร้างสมกันมา <br>จนสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Personal Brand) <br>กลายเป็นที่จดจำ จนลูกค้าสัมผัสได้ว่า…<br>คนๆนี้น่าทำงาน น่าไว้ใจ น่าพูดคุยด้วย<br>เกิดจากหลายองค์ประกอบ ในแต่ละช่วงเวลา<br>ที่ได้พูดคุย พบเจอ และทำงานร่วมกันมา<br>ทำให้แบรนด์ของเราเป็นมากกว่า “มูลค่า”</p><p>ชวนพวกเรามาดูกันค่ะว่า…<br>แบรนด์ที่แข็งแรง ไม่ได้เริ่มจากการตะโกน ถือโทรโข่งบอกคนอื่นว่าเราเก่งแค่ไหน ดีเลิศยังไง แต่เริ่มจาก 4 องค์ประกอบง่ายๆนี้</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*yydT5jY4NIk4sgmQCfoGqA.png" /><figcaption>Jeed ชวนคุย (Jeed Diamond Page)</figcaption></figure><p>✨<strong>Valuable (มีคุณค่ามากพอ):</strong> เราแก้ปัญหาอะไรให้ใครได้บ้าง? งานที่เราทำสร้าง Impact ให้ลูกค้า ทีม หรือองค์กรอย่างไร</p><p>✨<strong>Believable (เชื่อถือได้)</strong>: เรามีความเชี่ยวชาญจริงไหม? ความสม่ำเสมอจนสร้างความไว้วางใจ (Trust)ให้เขาสบายใจและเชื่อมั่น</p><p>✨<strong>Distinctive (โดดเด่น)</strong>: ยุคที่มีคนเก่งมากมาย อะไรคือ “ลายเซ็น” หรือจุดเด่นที่ทำให้คนนึกถึงเราเป็นคนแรก</p><p>✨<strong>Congruent (สอดคล้องกับตัวตนจริง)</strong>: “ตัวตน” กับ “ภาพลักษณ์” ต้องเป็นเรื่องเดียวกัน ความเป็นธรรมชาติจะทำให้แบรนด์ของเรายั่งยืนและไม่เหนื่อยกับการต้องสวมบท แปลงร่างเป็นคนอื่น</p><p>✅ <strong><em>ขอ 3 Acts</em></strong> <br>ชวนมาเริ่มปั้นความเป็นเป็นเนื้อเป็นตัวเราให้มีเอกลักษณ์กัน <br>1) ลองถามฟีดแบคจากคนรอบข้างที่เราไว้ใจว่า <br>“เมื่อนึกถึงเรา จะนึกถึงเรื่องอะไรในตัวเรา?”</p><p>2) แบ่งปันวิธีการทำงาน เรื่องราวที่ได้อ่าน/พบเจอ/วิธีการที่ได้รับจากการทำงาน การเข้าร่วม การเดินทาง ฯ เพื่อส่งมอบคุณค่าที่อาจเป็นประโยชน์กับผู้ฟัง/ผู้อ่าน</p><p>3) เลือกการสื่อสารในแบบความเป็นเรา เพราะความจริงใจ ความเป็นเนื้อเป็นตัวเรา คือเสน่ห์ที่ทรงพลังและเป็นธรรมชาติ (Authentic) ที่สู้ดแล้ว</p><p>💡<strong><em> ชวนคิดต่อ </em></strong><br>💬ถ้าวันนี้เราคือ “สินค้า/บริการ” อะไรคือเหตุผลสำคัญที่ลูกค้า (หรือองค์กร) ต้องเลือกเรา?</p><p>💬ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์อะไรในตัวเราที่ “มีคุณค่า” และอาจ “หายาก” ในตอนนี้?</p><p>💬สิ่งที่เราสื่อสารออกไปในแต่ละวันตรงกับ “ตัวตนข้างใน” ที่เป็นเราจริงๆไหม?</p><blockquote>ลองค่อยๆสำรวจ ค่อยๆเก็บฟีดแบค (ปรับลด ขยับเพิ่ม) จะช่วยให้ Personal Branding ตัวเราชัดขึ้น เพราะคือการสร้างหนทางให้เราได้ทำในสิ่งที่รักและเป็นตัวเองได้อย่างมีความสุขและสำเร็จ 🌟</blockquote><p>#personalbranding #jeeddiamond #jeedsinspiration #jeedชวนคุย</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=b7a0f70e1283" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[พูดจาให้ “ถูกที่ ถูกเวลา” เคล็ดลับง่ายๆ ที่นักสื่อสารควรรู้ !]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%86-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-290b730adb66?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/290b730adb66</guid>
            <category><![CDATA[john-c-maxwell]]></category>
            <category><![CDATA[communication-skills]]></category>
            <category><![CDATA[right-words]]></category>
            <category><![CDATA[winpeople]]></category>
            <category><![CDATA[the-right-time]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Sun, 20 Apr 2025 02:02:24 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2025-04-20T16:55:47.136Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<p>อยากจะชวนทุกคนมาสำรวจพลังของการสื่อสารที่ <strong>“ถูกที่ ถูกเวลา”</strong> ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอีกบทหนึ่งจากหนังสือ “<em>25 Ways to Win with People</em>” ของ John C. Maxwell</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*gOmTt3CKUM7Wp9Vm" /><figcaption>Photo by <a href="https://unsplash.com/@priscilladupreez?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Priscilla Du Preez 🇨🇦</a> on <a href="https://unsplash.com?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Unsplash</a></figcaption></figure><p>สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานและใช้ชีวิตประจำวัน นั่นคือ “การสื่อสาร” ซึ่งในแต่ละวัน เราคงได้พบกับผู้คนที่หลากหลาย และมีปฏิสัมพันธ์ พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้สึก ความรู้กัน ทำให้บางครั้งเราคงได้เจอคนที่รู้สึกดี อยากพูดคุยพบเจอกับคนๆนี้จัง คุยด้วยแล้วใจฟู สบายใจจัง</p><p>ในการสื่อสาร ส่วนประกอบที่มีความสำคัญไม่แพ้ภาษากาย ที่ส่งออกไปทำให้คนใจฟู หรือใจแฟ้บได้นั้น นั่นคือ “คุณค่าของคำพูดที่พูดในช่วงเวลาที่เหมาะสม”</p><p>ลองมาดูกันว่าคำพูดที่ใช่ ในเวลาที่เหมาะสมทำให้คนฟังรู้สึกยังไงกันบ้าง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*6FYRbXBI18zoeb0kCDyclg.png" /></figure><p>โดยมีแกนตั้งเป็น <strong>“คำพูด (Words)”</strong> ที่ใช่หรือเหมาะสม (มีเครื่องหมายถูก) และที่ไม่ใช่หรือไม่เหมาะสม (มีเครื่องหมายกากบาท) <br>และแกนนอนคือ <strong>“เวลา (Time)”</strong> ที่แสดงถึงความเหมาะสม กาลเทศะ สถานการณ์ ณ ตอนนั้นๆที่ควรพูด</p><ul><li><strong>ช่องสีแดง </strong>— <strong>คำพูดที่ไม่ใช่ พูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม </strong>ทำให้คนฟังรู้สึก “<strong>ท้อแท้ หมดกำลังใจ” (Disencourage Me)<br></strong>บางทีอาจเป็นการตำหนิ ต่อว่า หรือบั่นทอนจิตใจผู้ฟัง แม้ว่าบางครั้งเราอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง แถมพูดไปก็ไม่สร้างสรรค์อะไร ส่งพลังลบแถมทำให้คนพูดก็ดูไม่ดี ไม่น่าเคารพอีกด้วย</li><li><strong>ช่องสีเทา</strong> — <strong>คำพูดที่ไม่ใช่ พูดในเวลาที่ใช่ </strong>ทำให้คนฟังรู้สึก “หงุดหงิด<strong>” (Annoy Me)<br></strong>ชี้ให้เห็นว่าบางครั้ง แม้ว่าเราจะเลือกเวลาพูดได้เหมาะสมแล้ว แต่ถ้าคำพูดที่เราใช้ไม่ถูกกาลเทศะ หรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ ก็สร้างความรำคาญใจให้กับผู้ฟังได้เช่นกัน</li><li><strong>ช่องสีส้ม -</strong> <strong>คำพูดที่ใช่ พูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม </strong>แสดงถึงสถานการณ์ที่เราพูดอะไรบางอย่างออกไปแล้ว <strong>“ทำให้เขาสับสน (Confuse Me)”</strong></li><li><strong>ช่องสีเขียว — </strong>นี่คือการสื่อสารที่ต้องฝึก และสังเกตบริบทรอบข้าง เพราะใครก็อยากได้ยิน<strong>คำพูดที่ใช่ ในเวลาที่เหมาะสม</strong><br>การพูดที่ <strong>“ให้กำลังใจ (Encourage Me)”</strong> บ่งบอกถึงการใช้คำพูดที่สร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ และสนับสนุนให้ผู้ฟังรู้สึกดี และมีพลัง</li></ul><blockquote>จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการแบ่งปันผู้คนในฐานะเทรนเนอร์ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ หลายครั้งที่เราพลาดในการสื่อสาร ไม่ได้เป็นเพราะ “เราพูดอะไร” แต่เป็นเพราะ <strong>“เราพูดเมื่อไหร่”</strong> และ <strong>“เราพูดอย่างไร”</strong> ต่างหาก</blockquote><p>ยิ่งในฐานะผู้นำหรือหัวหน้างาน หากเราต้องการให้ทีมงานมีกำลังใจในการทำงาน การพูดให้กำลังใจในวันที่เขาท้อแท้ ผิดพลาด หรือเผชิญกับความท้าทาย จะมีพลังมากกว่าการพูดให้กำลังใจในวันที่ทุกอย่างราบรื่นอยู่แล้ว ยังสร้างความน่าเชื่อถือ ความศรัทธาจากคนในทีมอีกด้วย</p><p>ในทางกลับกัน หากเราต้องการให้คำแนะนำหรือติเพื่อก่อ การเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสม และใช้คำพูดที่สร้างสรรค์ จะช่วยให้ผู้ฟังเปิดใจรับฟังมากกว่าการพูดในขณะที่เขากำลังมีอารมณ์ หรือตำหนิพวกเขาต่อหน้าคนอื่น</p><p>ดังนั้นทักษะการเลือกใช้คำพูด ช่วงเวลาที่เหมาะสม ยังมีอีกมิติในการสื่อสารกับคนตรงหน้านั่นคือ “<strong>การใส่ใจ”</strong> เราสามารถแสดงความใส่ใจในมิติต่างๆได้ทั้ง</p><ul><li><strong>ใส่ใจคนฟัง:</strong> เขาเป็นใคร? มีบุคลิกแบบไหน? เขามีความต้องการหรือความกังวลอะไร?</li><li><strong>ใส่ใจสถานการณ์:</strong> สถานการณ์นั้นเป็นอย่างไร? ผู้ฟังกำลังรู้สึกอย่างไร? มีปัจจัยภายนอกอะไรที่ส่งผลกระทบอยู่หรือไม่?</li><li><strong>ใส่ใจเป้าหมาย:</strong> เราต้องการให้การสื่อสารครั้งนี้นำไปสู่ผลลัพธ์อะไร?</li></ul><p>ดังนั้น <strong>“การสังเกต และใส่ใจ”</strong> จะช่วยให้เราเลือกใช้คำพูดและจังหวะเวลาได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น</p><ol><li><strong>สังเกตอารมณ์และความรู้สึกของผู้ฟัง:</strong> ก่อนที่จะพูดอะไรออกไป ลองสังเกตสีหน้า ท่าทาง หรือน้ำเสียงของคู่สนทนาก่อนว่าเป็นอย่างไร เขาพร้อมที่จะรับฟังหรือไม่?</li><li><strong>เลือกเวลาที่เหมาะสม:</strong> บางเรื่องอาจต้องพูดคุยกันแบบส่วนตัว บางเรื่องอาจต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายก่อน การเลือกเวลาที่เหมาะสมจะช่วยลดแรงต้านและเพิ่มโอกาสในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ</li><li><strong>ใช้คำพูดที่สร้างสรรค์และให้กำลังใจ:</strong> หลีกเลี่ยงคำพูดที่บั่นทอนจิตใจ หรือสร้างความสับสน พยายามใช้คำพูดที่สุภาพ ชัดเจน และส่งเสริมให้ผู้ฟังรู้สึกดี</li><li><strong>หากจำเป็นต้องให้คำติชม ให้ทำด้วยความเข้าใจและสร้างสรรค์:</strong> เลือกเวลาและสถานที่ที่เป็นส่วนตัว เริ่มต้นด้วยการพูดถึงสิ่งที่ดีที่เขาทำได้ และเน้นที่พฤติกรรม ไม่ใช่ตัวบุคคล ใช้คำพูดที่ช่วยให้เขามองเห็นแนวทางในการพัฒนา</li><li><strong>ฝึกเป็นผู้ฟังที่ดี:</strong> การฟังอย่างตั้งใจจะช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของผู้พูด ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมในเวลาต่อมา</li></ol><h4>พลังของคำพูดนั้นยิ่งใหญ่ ส่งผลทั้งบวกและลบ ดังนั้นการ “พูดถูกที่ ถูกเวลา” ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่เป็นทักษะที่ต้องอาศัยความใส่ใจ ความเข้าใจ และความจริงใจในการสื่อสารด้วยนะคร้า</h4><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/300/1*JbV3ncghj7Bm960L8zgYGQ.png" /><figcaption>Designed by Jeed</figcaption></figure><p>#communicationskills #rightwords #righttime #caring #observation #feelings #johncmaxwell</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=290b730adb66" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[คุยกับคนต่างเจน แบบได้ใจ♥️]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%88-%EF%B8%8F-c4fdf84aca20?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/c4fdf84aca20</guid>
            <category><![CDATA[generation-gap]]></category>
            <category><![CDATA[networking]]></category>
            <category><![CDATA[smalltalk]]></category>
            <category><![CDATA[คุยเล่นเป็น]]></category>
            <category><![CDATA[connection]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Wed, 16 Apr 2025 05:11:58 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2025-04-16T05:36:58.284Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*Bsb_DrCT89l1OoP0" /><figcaption>Photo by <a href="https://unsplash.com/@wocintechchat?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Christina @ wocintechchat.com</a> on <a href="https://unsplash.com?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Unsplash</a></figcaption></figure><p>การทำงานยุคนี้ เริ่มมีคนต่างเจนมาทำงานกันถึง 4 เจน (BB, Gen X, Gen Y, Milleniums) เมื่อมีคนหลายเจนอยู่ในทีมเดียวกัน ความท้าทายที่ตามมานั่นคือ “การสื่อสาร” ที่จะทำยังไงให้สื่อสารต่างถึงจะต่างวัย แต่ไม่ต่างใจ</p><p>หากคิดว่าการสื่อสารต่างวัยคือ… “<strong>ขุมทรัพย์ในการเรียนรู้</strong>” ที่สามารถเอามาใช้ในมุมแลกวิชาความรู้กันล่ะ หากเปิดใจรับฟัง และสื่อสารด้วยความจริงใจ และให้เกียรติกันซึ่งเป็นพื้นฐานในการสื่อสาร</p><p>ทำให้หัวข้อที่พูดคุยกันยิ่งเกิดความสนุก ต่างคนต่างเข้าใจไม่มองแค่ฝั่งตัวเอง แต่ฟังด้วยหัวใจ แถมได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกด้วย</p><p>ดังนั้นการสื่อสารที่ไม่ได้คิดถึงตัวเลขว่าใครอายุมากหรือน้อย จริงๆเราเท่ากันในความเป็นมนุษย์ เพียงแค่เราเก่งกันคนละเรื่อง ถนัดกันคนละอย่างเท่านั้นเอง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/540/1*4jHmc7v2Es2fUHGimEBvdg@2x.jpeg" /><figcaption>Created by Jeed</figcaption></figure><p>คนรุ่นใหม่เติบโตมาพร้อมเพื่อนคู่คิดอย่าง AI แต่ละค่ายที่มาช่วยชวนคิดชวนคุย สามารถแบ่งปันเรื่อง เทรนด์ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเป็นรายวันจนแทบตามไม่ทัน และไลฟ์สไตล์ที่ต่างจากคนรุ่นใหญ่</p><p>ส่วนพี่ๆรุ่นใหญ่ก็ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องโชกโชนให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ที่ประหยัดเวลา ไม่ต้องมาผิดซ้ำในเรื่องเดิมที่พี่ๆรุ่นใหญ่เขา (อาจ)ทำพลาดมาแล้ว ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ เงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องลองทำและเรียนรู้ จนตกผลึกออกมาให้คนรุ่นใหม่ได้แง่มุม ให้ตกผลึกจนได้ข้อคิดการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือชีวิตส่วนตัว</p><p><em>เอ้! หรือว่า Generation ไม่มีจริง หากแค่เราเปิดใจ เข้าใจในความแตกต่าง สื่อสารอย่างจริงใจบนพื้นฐานการให้เกียรติกัน 🫶🏻😊</em></p><p>#smalltalk #คุยเล่นเป็น #connection #networking #talktotrust #charisma #generations</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=c4fdf84aca20" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[ใช้เวลาวันหยุดแบบจอยๆสไตล์เซียสต้า (Siesta)]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%86%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2-siesta-ee7ac4109160?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/ee7ac4109160</guid>
            <category><![CDATA[quality-time]]></category>
            <category><![CDATA[alpha-skills]]></category>
            <category><![CDATA[the-little-book-of-joy]]></category>
            <category><![CDATA[happiness]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Wed, 12 Mar 2025 14:10:24 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2025-03-12T14:10:24.330Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันอาทิตย์ได้มีโอกาสไปงาน <a href="https://m.facebook.com/AlphaSkillsSummit/">alpha skills Summit 2025</a> จัดที่ไอคอนสยาม ซึ่งนำทัพโดย พี่ซุป Superjew ไปชวนคุณเคน The Standard จัดงานนี้ให้ผู้ปกครอง เด็กๆที่นำความถนัด ความเชี่ยวชาญคนละด้านมารังสรรค์งานนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*hy7U3p26_IW1VRIJRNRs0A@2x.jpeg" /></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*JTTOKRsD4WnDzR232CVsSw@2x.jpeg" /></figure><p>เพื่อสร้างการเติบโตทั้งสมอง ร่างกายและจิตใจของเด็กๆที่เป็นอนาคตของประเทศในวันที่ aged society สังคมสูงวัยมาเยือนไทยเรียบร้อยแล้ว ว่าผู้ใหญ่อย่างเราต้องเปิดใจ เข้าใจ และมองมุมเขายังไง</p><p>รวมถึงเด็กๆได้เห็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ก็อยากเข้าไปอยู่ในหัวใจของเขาเช่นกัน <strong>เพราะทุกคนไม่ว่าวัยไหนก็อยากได้รับความรัก การยอมรับ คำชื่นชม และเห็นคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น</strong></p><p>งานนี้เพิ่งจบไป ซึ่งจัดวันที่ 7–9 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่เราไปได้แค่เมื่อวาน (9 มีค.) วันเดียว ติดงานรัวๆ ตอนแรกเพลนว่าจะฟังใครบ้าง สุดท้ายนั่งเล่นกับเด็กๆและลูกเพื่อน แถมได้เจอน้องๆที่เคยทำงาน PwC ด้วยกันโดยบังเอิญ วันนี้มีบทบาทเป็นทั้งคุณแม่และว่าที่คุณแม่พาลูกมางาน และมาออกบูธงานนี้ด้วย ดีใจมากๆที่น้องๆยังจำได้ ตะโกนเรียกมาแต่ไกล พูดถึงตอนมานั่งเรียนรู้คลาส soft skills ว่าดีงามแค่ไหน คนทำสายพัฒนาคนอย่างเราหัวใจฟูไปเลย เหมือน quote หนึ่งที่บอกว่า<em> “People might forget what you said, people might forget what you did. But people remember how make them feel!”</em></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/540/1*kBiGmVV-FsJTjx6pmyMTEA@2x.jpeg" /></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/540/1*QcMXPxZ7g9Tk993JcWTtMQ@2x.jpeg" /></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/406/1*6UvW2bAPV7ZqZWeHEL3IAQ@2x.jpeg" /></figure><p>เช้านี้เลยมาเปิดเล่ม The Little Book of Joy ของ Joanne Ruelos Diaz เขียนความสุขให้ 365 วันว่าเรามีความสุขได้ในทุกๆวัน</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*F7JzQdeMujB8C9sNU1RN8A.jpeg" /></figure><p>เลยขอมาดูสิว่าเมื่อวานที่ไปนั่งเล่นกับเด็กๆ มีเวลานั่งคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน (+ กับความยุ่งของเพื่อนสาวคนนี้) ที่ช่างมี quality time จุง จนเมินเวทีทอล์คในงาน แต่มีความสุขในหัวใจ กลายเป็นเด็กอีกครั้ง พอมาเปิดความสุขเล่มนี้ ‘ช่างมูมาก เพราะได้จอยกับโมเมนต์วันอาทิตย์บ่ายจริงๆ’</p><blockquote>ความสุขเล็กๆที่ไม่ได้มองหา แต่มองเห็น ไม่ได้คาดคิด แต่เดินทางมาเจอ ความสัมพันธ์เล็กๆ ความน่ารักของคนที่ผ่านมาในชีวิต แล้วมาเจอกันอีกครั้ง มีความหมายและทรงพลังที่ทำให้คิดว่า…</blockquote><p><strong>“เราปลูกเมล็ดพันธ์อะไรในหัวใจของคนที่เราได้มีโอกาสพบเจอในแต่ละวัน หรือได้ทำงานด้วยกันอย่างไร ผลลัพธ์ที่ตามมาสะท้อนให้เห็นการบ่มเพาะสัมพันธภาพที่มีให้คนรอบข้าง </strong>ที่เลือกเมล็ดเหล่านั้นได้ทั้ง…</p><p><strong>-เมล็ดแห่งความใจดี </strong>มีเมตตา ช่วยเหลือ ความจริงใจ ฯ​ หรือ</p><p><strong>-เมล็ดแห่งความแห้งแล้ง </strong>มาในรูปแบบ take มากกว่า give หรือเป็นผู้ให้ในแบบหวังผล(เพื่อตัวเองเป็นหลัก)</p><p>เมล็ดสองแบบนี้จะบอกผลลัพธ์เมื่อเวลาผ่านไปว่ามันงอกเงยเป็นต้นอะไร และแน่นอนต้นที่แตกกิ่งก้านเป็นร่มเงาให้ผู้คนได้มาพักพิง ย่อมมีแต่ผู้คนอยากเข้ามาเอนหลัง นั่งสบายๆ แถมเรียกผู้คนมาตั้งวงสนทนากันอีก กลายเป็นที่ๆมีประโยชน์ และเปิดใจรับฟังกัน</p><blockquote>“การรับฟังด้วยใจที่เปิดกว้างเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาและความตั้งใจที่จะส่งมอบความสุขให้กับผู้คน คือวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือผู้อื่น” — Tony Hsieh, CEO of Zappos —</blockquote><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*SvU5wht12RljPU9c.jpg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=ee7ac4109160" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[ชวนมาเติมรักให้ฉ่ำในวันแห่งความรัก]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%89%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-d4c628aca01c?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/d4c628aca01c</guid>
            <category><![CDATA[the-love-prescription]]></category>
            <category><![CDATA[love]]></category>
            <category><![CDATA[john-gottman]]></category>
            <category><![CDATA[appreciation]]></category>
            <category><![CDATA[valentines-day]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Fri, 14 Feb 2025 15:50:44 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2025-02-14T15:50:44.399Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>วันแห่งความรัก💕มาเติมความหวานให้คนรักกันด้วยการหยอดคำหวานที่มากกว่าคำว่า “รัก” ♥️</h2><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/540/1*xzV6IU_Ppy9f1nTNiPHzow@2x.jpeg" /></figure><p>แต่คือ…สังเกตและพูดถึงคุณสมบัติน่ารักๆของเขา คอยมองหา สังเกตสิ่งที่น่ารักของเขา</p><p>มากกว่าจดจำ/มองหาด้านลบ หรือความไม่เอาไหนของเขา</p><p>และที่สำคัญ…ให้ทำทีละน้อยแต่ทำให้บ่อยๆ เพราะมันคือ…“การเติมบัญชีรักของคนสองคนให้เต็ม” 💗💗</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/540/1*-baG3g6Fe9KXKzczWjFs5g@2x.jpeg" /></figure><p>แล้วคู่ไหนที่มีความสามารถในการชื่นชมคนรักของเขาก็เปรียบเสมือนมี “เสื้อเกราะกันกระสุนความสัมพันธ์” ที่จะคอยรักษา บ่มเพาะความรักให้ยืนยาวและมีความสุขในทุกๆวัน🌹</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/540/1*eLdAKhtwl2D2ZBNW7TdqMQ@2x.jpeg" /></figure><p>ทั้งหมดทั้งมวลลองอ่านเล่มนี้ดูนะคะ #TheLovePrescription #ใบสั่งยารักษาโรครัก มีเรื่องดีๆให้เราคิดบวก คิดเยอะขึ้นในความสัมพันธ์ และแบบฝึกหัดแต่ละบทให้ยืดอายุความรักแบบไม่มีวันหมดอายุกันเลยคร้า</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/540/1*i7_6WW4FdTvTdtmD1MmXmQ@2x.jpeg" /></figure><p>Happy Valentine’s Day🫶🏻♥️ ขอให้มีแต่ความฉ่ำ และเติมรักให้ตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างหวานชื่นนะคร้า</p><p>#valentineday2025 #appreciation #powerofappreciation #theloveprescription #bookscape</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=d4c628aca01c" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[เทรนด์ของคนทำงานด้านคนปี 2025 by Gartner]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2025-by-gartner-2f10e8f7a0bd?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/2f10e8f7a0bd</guid>
            <category><![CDATA[hr-trends-2025]]></category>
            <category><![CDATA[gartner-report]]></category>
            <category><![CDATA[human-resources]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Fri, 20 Dec 2024 03:14:26 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2024-12-20T03:14:26.413Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อคืนได้อ่านบทความของ GARTNER ที่ทำการสำรวจเหล่าผู้นำสายงาน HR กว่า 60 ประเทศกับ “เทรนด์ของคนทำงานด้านคนปี 2025” ที่ส่งผลกระทบกับคนสายงาน HR<br>ขอสรุปให้พี่ๆเพื่อนๆสาย HR ให้เตรียมพร้อมว่าเราต้องปรับกระบวนท่าเรื่องอะไรบ้าง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*iXBjdlstBkUZurd8lK6paw.png" /></figure><p><strong>1. การพัฒนาผู้นำและผู้จัดการ</strong></p><p>องค์กรจะมุ่งเน้นการฝึกอบรมผู้นำให้สามารถรับมือกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น… พบว่า 75% ของผู้นำ HR เชื่อว่า “ผจก.กำลังเผชิญกับความเครียดเกินไป</p><p>ในขณะที่ 70% ระบุว่า…โปรแกรมการพัฒนาผู้นำในปัจจุบันไม่สามารถเตรียมผู้จัดการให้พร้อมสำหรับอนาคตได้</p><p><strong>2. วัฒนธรรมองค์กร</strong></p><p>แม้ว่าผู้นำ HR ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญนี้แต่การแปลงวิสัยทัศน์ให้ผลิดอกออกผล ยังไม่ง่าย จากข้อมูลของ Gartner พบว่า</p><p>57% ของผู้นำ HR เชื่อว่า “ผู้จัดการไม่ได้บังคับใช้วัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจัง” และ</p><p>53% ระบุว่า”ผู้นำไม่รู้สึกมีความรับผิดชอบในการแสดงออกถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม”</p><p><strong>3. การวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์</strong></p><p>แม้ว่าแรงงานจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่หลายองค์กรยังใช้การวางแผนตามจำนวนคน</p><p>ปัจจุบันมีเพียง 15% ของบริษัทที่มีการวางแผนเรื่องคนเชิงกลยุทธ์ทำให้เกิดช่องว่างในการเชื่อมโยงบุคลากรกับเป้าหมายทางธุรกิจระยะยาว</p><p><strong>4. การจัดการการเปลี่ยนแปลง</strong></p><p>ยุคนี้เป็นช่วงที่การเปลี่ยนแปลงมาไว ไปไว ทั้งรูปแบบการทำงานและเทคโนโลยีใหม่ๆที่เข้ามา</p><p>พบว่า 73% ของผู้นำ HR เห็นว่า…พนักงานเจออาการเหนื่อยล้าจากการเปลี่ยนแปลงนอกจากนี้ 74% เห็นด้วยว่าผจก.ไม่ได้รับการเตรียมพร้อมเพียงพอในการนำทีมผ่านการเปลี่ยนแปลง</p><p><strong>5. เทคโนโลยี HR</strong></p><p>องค์กรต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานHR จึงต้องหาตัวช่วยเทคโนฯมาปรับกระบวนการทำงาน</p><p>ผู้นำ HR รายงานว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันไม่ตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปมากถึง 55% และ 51% ไม่สามารถวัดผลตอบแทนจากการลงทุนในเทคโนโลยีได้</p><p>แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความจำเป็นในการปรับตัวของ HR ในด้านเทคโนโลยีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และการพัฒนาทักษะของพนักงาน เพื่อให้องค์กรก้าวทันการแข่งขันที่สูงขึ้นและเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p><p>เอาใจช่วยเพื่อนๆ HR ที่ดูแลคนกับโลกที่ไร้ boundaries แต่เราต้องหาวิธีทำงานแบบมี boundaries เพื่อสร้างพื้นที่ภายในตัวเราให้เข้มแข็ง พร้อมรับอย่างมีพลังและสติในการสื่อสารอย่างเข้าใจกับคนในองค์กร</p><p>Merry Christmas and Happy New Year 2025 นะคร้า</p><p>Credit: Gartner — Top 5 HR Trends and Priorities That Matter Most in 2025</p><p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/hrtrend2025?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWaXaTR_FG63tp2C6vBbdEhZTqCcqu-gzt6lXIQaRYqQA0Z9UfaVopzABaeB8TbeHrF4_gmVe_frI0z6UFUzzVahnrsGamMflszHfN2Dw5bww&amp;__tn__=*NK-R">#hrtrend2025</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/jeedtalk?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWaXaTR_FG63tp2C6vBbdEhZTqCcqu-gzt6lXIQaRYqQA0Z9UfaVopzABaeB8TbeHrF4_gmVe_frI0z6UFUzzVahnrsGamMflszHfN2Dw5bww&amp;__tn__=*NK-R">#jeedtalk</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/jeedsinspiration?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWaXaTR_FG63tp2C6vBbdEhZTqCcqu-gzt6lXIQaRYqQA0Z9UfaVopzABaeB8TbeHrF4_gmVe_frI0z6UFUzzVahnrsGamMflszHfN2Dw5bww&amp;__tn__=*NK-R">#jeedsinspiration</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/jeeds%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%AD?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWaXaTR_FG63tp2C6vBbdEhZTqCcqu-gzt6lXIQaRYqQA0Z9UfaVopzABaeB8TbeHrF4_gmVe_frI0z6UFUzzVahnrsGamMflszHfN2Dw5bww&amp;__tn__=*NK-R">#jeedsชวนคุย</a></p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=2f10e8f7a0bd" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์…ฟ้าประทานหรือสร้างได้ (Creative thinking from born or build)]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-creative-thinking-from-born-or-build-075e8e04f80b?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/075e8e04f80b</guid>
            <category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
            <category><![CDATA[creativity]]></category>
            <category><![CDATA[โรงเรียนคิดสร้างสรรค์]]></category>
            <category><![CDATA[creative-thinking]]></category>
            <category><![CDATA[book-scape]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Thu, 03 Oct 2024 10:02:11 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2024-10-03T10:02:11.119Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้มีโอกาสไปเจอทีมงาน wellness ที่เกาะสมุย ซึ่งไปมอบความรู้ให้ในหัวข้อ<strong> “Creative Thinking for Service Excellence” </strong>มีพนักงานมาร่วมเรียนรู้เกือบ 60 คน ทั้งหมด 3 รุ่น เป็นอีกคลาสที่สนุกสนาน และความคิดสร้างสรรค์ที่พรั่งพรูมาเต็มล้นคาราเบ้ล หัวเราะกันน้ำตาเล็ดกันเลยทีเดียว</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*U6yfPV58GmNVleAPqrywDQ.jpeg" /></figure><p>โดยกิจกรรมมีให้ทำส้มตำแนวใหม่จากราคา 60 บาทขอเป็น 1000 บาทจ้า ใส่ความบรรเจิดเทอดเทิงกันได้เต็มที่ แถมทุกคนก็ชอบส้มตำด้วยยิ่งคอนเนคกับผู้เรียนได้อย่างฉ่ำเลย</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*eEWpxrCD4hwc5uQNWMBglA.jpeg" /></figure><p>ไอเดียครั้งนี้มีทั้งเอาน้องหมูเด้งมาเสิร์ฟ อีกทีมตั้งชื่อเมนูว่า “ส้มตำสิบล้อคว่ำ” แบบร้านมีรถบรรทุกมาคว่ำหน้าร้านประจำ 55 ที่เด็ดคือมีพริตตี้มาเสิรฟ์บนรถบรรทุกเด็ก และให้เบียร์ช้าง 3 ขวดเพราะอยากได้ทั้งพ่อ และลูกมาเป็นลูกค้า (เอาเข้าไป)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*Dq2doztKA1ZdnFKckALKBQ.jpeg" /></figure><p>กลับมาที่ความคิดสร้างสรรค์ เวลาสอนวิชานี้จะเจอคนที่ออกนอกกรอบแบบเห็นแววจากกิจกรรมแต่ละตัว และเจอบางคนดูยากจังเพราะตอนเล็กๆชีวิตถูกเลี้ยงมาอยู่ในกรอบ คิดแปลกแหวกแนวจะไม่เข้าพวก ไม่อนุญาตให้คิด หรืออยากได้รับการยอมรับ การเป็นที่รักของคนในครอบครัว (ไม่แตกแถว ปลอดภัยกว่า)</p><p>ได้มาอ่านเล่ม Creative Thinking in Schools — A leadership playbook (โรงเรียนคิดสร้างสรรค์ คู่มือสำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลง) ของ Bill Lucas, Ellen Spencer, Louise Stoll และอีกหลายท่าน</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/432/0*X0cclT7fQc5QQloQ.jpg" /></figure><p>ได้ทำการค้นคว้า วิจัยเรื่องนี้เพื่อสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในรร. พร้อมกิจกรรมให้ชวนคิด ชวนทำถึง 30 กิจกรรม และได้ทำการวิจัยถึงสี่ปีมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกของศูนย์การวิจัยและนวัตกรรมการศึกษาของ OECD จนออกมาเป็นกรอบคิดของการเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์นั่นมี 5 ข้อ และแต่ละข้อมมีอุปนิสัยย่อยอีก 3 ข้อ ซึ่งเขานำไปใช้ในการเรียนของประเทศอังกฤษ</p><p>เรามาดูกันว่าความคิดสร้างสรรค์ 5 ข้อใหญ่ 3 ข้อย่อยมีอะไรบ้าง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*71wAqEsEn-JNU_I0g-eYyw.png" /><figcaption>Creative Thinking in School — A leadership playbook</figcaption></figure><p>3 ข้อย่อยของแต่ละอุปนิสัยที่เป็นตัวชี้วัดหรือเข้าใจทั้งห้าตัวว่าควรมีอะไรเพื่อบ่งบอกความมั่นใจในแต่ละอุปนิสัยบ้าง</p><p><strong>ช่างสงสัย</strong><br>- สงสัยและตั้งคำถาม<br>- สำรวจและสืบค้น<br>- ท้าทายสมมติฐาน<br><strong>ไม่ย่อท้อ</strong><br>- อดทนต่อความไม่แน่นอน<br>- ฝ่าฟันความยากลำบาก<br>- กล้าที่จะแตกต่าง<br><strong>ให้ความร่วมมือ</strong><br>- แบ่งปันผลลัพธ์ <br>- ให้และรับฟังคำแนะนำ <br>- ร่วมมืออย่างเหมาะสม <br><strong>มีวินัยต่อตนเอง</strong><br>- คิดวิพากษ์ <br>- สรรสร้างเทคนิค <br>- ออกแบบและพัฒนา <br><strong>ใช้จินตนาการ</strong><br>- เล่นกับความเป็นไปได้ <br>- คิดเชื่อมโยง <br>- ใช้สัญชาตญาณ</p><p>ซึ่งในเล่มนี้จะอธิบายความหมายเพิ่มเติม ให้เข้าใจบริบทและรูปแบบของพฤติกรรมมากยิ่งขึ้น ลองหาอ่านได้นะคะของสำนักพิมพ์ <a href="https://bookscape.co/read-creative-thinking-in-schools">bookscape</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*pOQ2uKHkA7yadhyv" /><figcaption>Photo by <a href="https://unsplash.com/@vegfrt?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Aliaksei Lepik</a> on <a href="https://unsplash.com?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Unsplash</a></figcaption></figure><p>จากคำถามของบทความนี้ ถ้าเราเชื่อมั่นว่า<strong><em>ทักษะความคิดสร้างสรรค์สามารถฝึกฝน เรียนรู้ พัฒนาต่อยอดกันได้</em></strong></p><blockquote>แค่เราออกจากกรอบเดิมๆ เปิดใจลองของใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆ มาเติมให้กับชีวิต เช่นเอาตัวเองไปพูดคุยกับคนใหม่ๆ ไปสถานที่แปลกๆ ทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำ อ่าน/ดูหนังแนวใหม่ ฯ ช่วยทำให้เราเห็นตัวเองเล็กลง มองโลกรอบข้างในมุมใหม่ พร้อมเปิดรับว่าเรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะเลย</blockquote><p>ขอบคุณพนักงาน ผู้บริหารทุกท่านของ Absolute Sanctuary Koh Samui ที่เต็มที่ทุกกิจกรรม และร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันนะคร้า</p><p>#creativity #creativethinking #creativethinkinginschools #bookscape #absolutesanctuary</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=075e8e04f80b" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[ตามหาฝัน…ไปให้สุดด้วย 3 วิธี]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2-3-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5-48d5598da6fa?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/48d5598da6fa</guid>
            <category><![CDATA[อย่ายอมให้ใครเหยียบฝัน]]></category>
            <category><![CDATA[johari-window]]></category>
            <category><![CDATA[good-question]]></category>
            <category><![CDATA[dream-come-true]]></category>
            <category><![CDATA[กฤติณี-พงษ์ธนเลิศ]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Sat, 14 Sep 2024 03:45:47 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2024-09-14T15:28:44.599Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อหลายปีก่อนได้มีโอกาสไปฟังดร.กฤติณี พงษ์ธนเลิศ (อ.เกด) ในคลาส “อย่ายอมให้ใครเหยียบฝัน” ในหัวข้อนี้มีหนังสือที่อ.เกดเป็นผู้เขียน 19 เรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจจากคนญี่ปุ่น 19 คนที่ใช้ทั้งชีวิตอยู่เพื่อความฝัน</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*88dqZFkhFfeUUIWy" /><figcaption>อย่ายอมให้ใครเหยียบฝัน</figcaption></figure><p>กลับมานั่งทบทวนเรื่องราวในเล่มนี้กับที่เคยไปฟังอ.เกด ก็ทำให้ลิ้งค์กับตัวเอง ณ ช่วงเวลานี้ที่มาใช้ชีวิตตามฝัน ได้ทำในสิ่งที่รักและอยากทำจริงๆ ชีวิตที่เลือกเองได้ แล้วจะค่อยๆสร้างให้เป็นจริงได้ยังไง</p><p>มีข้อคิดที่ได้ฟังและจดมามี 3 วิธี…</p><ol><li><strong>Try and Experience ลงมือทำ เอาตัวเองไปหาประสบการณ์นั้น ลองให้จนสุด แล้วเราจะรู้ว่าอะไรชอบ หรือไม่ชอบ</strong></li></ol><p>เครื่องมือตัวนึงที่ใช้ในการหาตัวเองผ่านหน้าต่าง 4 บานที่คิดค้นตั้งแต่ปี 1955 โดยนักจิตวิทยาชื่อว่า Joseph Luft and Harry Ingham (เอาชื่อแรกของทั้งสองท่านมาตั้งชื่อเครื่องมือนี้) เรียกว่า Johari Window</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*GzIczGo-Qtfmap7f" /><figcaption><a href="https://thedecisionlab.com/reference-guide/psychology/johari-window">https://thedecisionlab.com/reference-guide/psychology/johari-window</a></figcaption></figure><h3>หน้าต่าง 1 — OPEN AREA</h3><p>ตัวเรารู้จักตัวเราเอง และคนอื่นรู้จักเรา ซึ่งบานนี้ควรทำให้กว้างขึ้น ใหญ่มากเท่าที่จะมากได้ โดยการถาม รับฟีดแบคด้วยใจที่เปิดกว้าง พร้อมรับ พร้อมปรับ ทำให้เราเติบโตอย่างยั่งยืนและน่ารัก</p><h3>หน้าต่าง 2 - BLIND SPOT</h3><p>คนอื่นรู้ มีแค่ตัวเราที่ไม่รู้ อาจเป็นนิสัยอะไรบางอย่างที่ตัวเราไม่ได้สังเกตหรือตระหนัก เพราะเราทำโดยอัตโนมัติ <br>จะทำหน้าต่างนี้ให้เล็กลงด้วยการถามฟีดแบคจากคนอื่น</p><h3>หน้าต่าง 3 - HIDDEN AREA</h3><p>บานนี้จะเป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก เรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัว อยากเก็บไว้ไม่ได้อยากบอกใคร/ให้คนอื่นรู้ <br>หากต้องการให้หน้าต่างนี้เล็กลง เราอาจต้องเปิดเผยบางเรื่องเพื่อทำให้คนเข้าใจเรามากขึ้น แต่แน่นอนพื้นฐานของการเปิดตัวเองในเรื่องที่เราไม่อยากเปิดเผยต้องมาจากการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ รู้สึกปลอดภัยที่จะแชร์</p><h3>หน้าต่าง 4 — UNKNOWN</h3><p>หน้าต่างนี้พอได้มีโอกาสไปแบ่งปันและทำกิจกรรมร่วมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละองค์กรทีไรก็จะมีเสียงขึ้นมาว่า</p><ul><li>ใครจะไปรู้?</li><li>มีด้วยเหรอ?</li><li>เรายังไม่รู้ แล้วจะรู้ได้ยังไง?</li></ul><p>เพราะเป็นหน้าต่างที่ตัวเองก็ไม่รู้ คนอื่นก็ไม่รู้ แต่เป็นพื้นที่ของการยังไม่เห็นความสามารถ พรสวรรค์อะไรบางอย่างที่เราอาจไม่ได้สังเกต หรือใส่ใจ</p><p>แต่เป็นหน้าต่างที่สร้างการเติบโตได้มากทีเดียวหากค้นเจอ เพราะหลายคนที่เจอแล้ว ส่วนใหญ่จะเจอโอกาสใหม่ๆในชีวิต และทำสิ่งๆนั้นได้อย่างมีความสุข</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*k9xDR31CaFfWaeQt" /><figcaption>Photo by <a href="https://unsplash.com/@machec?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Petr Macháček</a> on <a href="https://unsplash.com?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Unsplash</a></figcaption></figure><p>เช่น…มีพี่ท่านนึงที่รู้จักกันตอนสมัยทำงานด้านฝึกอบรมบุคคลากรในโรงแรม แล้วมีโปรเจคที่ต้องทำ brand service ตัวใหม่ เลยต้องปั้นวิทยากรภายในขึ้นมา <br>ได้ไอเดียปั้นพี่ๆแต่ละแผนกขึ้นมาเป็น co-trainers ช่วยสอน ตอนนั้นต้องปั้นประมาณ 20 คนที่เป็นตัวแทนแต่ละแผนก<br>พี่ท่านนี้ทำงานด้าน Operator ของโรงแรม ไม่เคยมีประสบการณ์การสอนหน้าชั้น และเป็นพี่ที่มีบุคลิกเรียบร้อย เงียบๆ แต่เสียงพี่เขาหวานมาก (สมกับทำงานด้านนี้)​ ตอนแรกๆพี่เขาก็ยังไม่คุ้นเคยเพราะทั้งชีวิต สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือโทรศัพท์ การมาพูดกับคนเยอะๆ เป็นการออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเองมาก</p><p>จนพี่พูดไปได้สัก 3–4 คลาส พี่ก็มาเล่าให้ฟังว่า “สามีพี่ทักว่า…เธอเปลี่ยนไปนะ เดี๋ยวนี้พูดเก่งขึ้น พอขึ้นรถมาก็เล่าเรื่องไม่หยุดเลย” แต่คนเล่านี่ดูมีความสุขทำให้ชีวิตมีคุณค่าและความหมายเพราะได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ และพี่เขาดีใจที่ตัวเองรับมาลอง และลองเปิดใจทำ</p><p>ดังนั้นบานนี้จะมีพื้นที่กว้างขึ้นเมื่อเราเปิดโอกาสให้ตัวเองไปทำอะไรที่แตกต่างจากสิ่งที่คุ้นชินโดยไปเรียน ไปลองผิดลองถูกในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยดูบ้าง</p><p><strong>2. Find the hints ค้นหาและหมั่นสังเกตตัวเอง</strong></p><ul><li>ลองหา passion ที่เราทำแล้วรู้สึกเพลิน หรือเราใช้เวลากับมันเยอะไม่รู้ตัวแต่มีความสุขที่ได้ทำ</li><li>รู้สึกภูมิใจทำมันออกมาได้ดี</li><li>คนชมเราในเรื่องนี้ (ลองสังเกต)</li></ul><p><strong>3. Choose &amp; Stay เมื่อเลือกแล้วให้มั่นคงกับสิ่งๆนั้น</strong></p><p>เมื่อโดนตัดสินหรือคัดค้าน ให้ปกป้องความฝัน และแบ่งปันความฝันของเราโดยมีเช็คลิสให้ลองถามตัวเองว่า…</p><ul><li>ลองทำอะไรใหม่ๆแล้วเหรอยัง</li><li>เจอ passion แล้วเหรอยัง</li><li>อดทนมากพอแล้วเหรอยัง</li><li>ปกป้องความฝันเราแล้วเหรอยัง</li></ul><p>ในหนังสืออย่ายอมให้ใครมาเหยียบฝันได้พูดถึง “<strong>วิธีการตั้งคำถามแบบใหม่จะนำไปสู่คำตอบแบบใหม่” </strong>ของคุณโยชิโอกะ โทขุจิน ดีไซเนอร์ชื่อดังซึ่งเคยทำงานกับ Issey Miyake (อิซเซ มิยาเกะ) เจ้าของแบรนด์ ISSEY MIYAKE เป็นเวลา 5 ปี ก่อนออกมาทำบริษัทออกแบบของตัวเอง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*OVsmJjH5v-VEg1l_.jpg" /><figcaption>Tokujin Yoshioka (โทคูจิน โยชิโอกะ) นักออกแบบชื่อดังชาวญี่ปุ่น <a href="https://inzpy.com/properties/passion/tokujin-yoshioka/">https://inzpy.com/properties/passion/tokujin-yoshioka/</a></figcaption></figure><p>คำถามในรูปแบบใหม่ที่จะพาไปเจอคำตอบแบบใหม่ หน้าตาเป็นยังไง ลองมาดูกัน…</p><ul><li>“ทำอย่างไรถึงจะสอบได้คะแนนดี” เป็น <strong><em>“ทำอย่างไรเราถึงจะรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้”</em></strong></li><li>“ทำอย่างไรถึงจะขายดี” เป็น <strong><em>“ทำอย่างไรจะทำให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้น”</em></strong></li><li>“ทำอย่างไรถึงจะรวย” เป็น <strong><em>“เราจะสร้างคุณค่าให้คนอื่นได้มากๆได้อย่างไร”</em></strong></li><li>“ทำอย่างไรแฟนถึงจะเข้าใจฉัน ใส่ใจฉันบ้าง” เป็น <strong><em>“ทำอย่างไรให้แฟนรับรู้ถึงความรู้สึกดีๆที่ฉันมีให้ตลอด”</em></strong></li></ul><p>ลองตั้งคำถามให้มีคุณภาพ ยกระดับความคิด สร้างไอเดียให้เห็นทางออก (ไม่จมอยู่กับปัญหา) คิดถึงคนอื่นมากกว่าแค่ทำเพื่อตัวเราเอง (มอง WHY ให้ใหญ่กว่า WHAT)</p><p>สุดท้ายลองคุย ตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆ ทำให้เห็นภาพตัวเองได้ชัดขึ้นกับ 3 คำถามนี้…</p><ul><li>เราคือใคร</li><li>เราเชี่ยวชาญเรื่องอะไร</li><li>เราอยากทำอะไร ทำอะไรแล้วมีความสุข</li></ul><blockquote>หากมุ่งมั่นเดินตามความฝัน ฝันนั้นจะกลายเป็นเป้าหมาย — Yoshiharu Habu นักเล่นหมากล้อมญี่ปุ่น</blockquote><p>ขอบคุณความน่ารัก มิตรภาพของอ.เกดที่มีให้เสมอ ฟังการแบ่งปันเรื่องราวทีไรก็ใจฟูไปด้วยเสมอ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*LgoV7S8UPJlu_OAomno8Tg.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=48d5598da6fa" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[มุมมองผู้บริหาร อยากพัฒนาคนให้เติบโต]]></title>
            <link>https://medium.com/@jeed.diamond/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%95-e9ff64656fb0?source=rss-37055958a576------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/e9ff64656fb0</guid>
            <category><![CDATA[leadership]]></category>
            <category><![CDATA[top-view]]></category>
            <category><![CDATA[talkwithceo]]></category>
            <category><![CDATA[blindspots]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Jeed Story]]></dc:creator>
            <pubDate>Wed, 04 Sep 2024 00:01:27 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2024-09-04T00:01:27.234Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*oQTI4FSTGxStNcHw" /><figcaption>Photo by <a href="https://unsplash.com/@andrewtneel?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Andrew Neel</a> on <a href="https://unsplash.com?utm_source=medium&amp;utm_medium=referral">Unsplash</a></figcaption></figure><p>ได้มีโอกาสเจอผู้บริหารหลายท่านช่วงนี้ รับฟังหลากหลายมุมมองการบริหารจัดการงานทั้งภาพกว้าง และการดูแลคนในองค์กรยังไงให้อยากเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจที่ขยายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า</p><p>โดยเฉพาะผู้บริหารธุรกิจระดับ SME ที่มองภาพธุรกิจที่ตัวเองได้สร้างสะสมประสบการณ์มา พอวันนึงมาถึงจุดที่องค์กรโตอย่างรวดเร็ว เรื่องคนก็กลายเป็นประเด็นสำคัญ อยากใส่ใจมากขึ้น ในมุมที่อยากได้คนที่ใช่ และพร้อมทำงานได้จริง</p><p>ดังนั้นการวางระบบ เตรียมนโยบายต่างๆ เพื่อบริหารและพัฒนาคนให้เก่งทั้งงานและคน จึงต้องมาควบคู่กันเพื่อปั้นคนให้โตขึ้นมา เดินเคียงข้างไปกับธุรกิจ และอยากให้พนักงานมือดีไม่ตีจากด้วย</p><p>วิธีการที่ผู้บริหารมานั่งพูดคุยกัน มีทั้งการจัดอบรม วางโครงสร้างการพัฒนาบุคลากรให้เป็นซีรีส์ และวางแผนการเติบโตให้คนเก่งๆในองค์กร (Talent Development &amp; Career Path) เห็นความก้าวหน้าในอาชีพการงานของตัวเอง</p><p>ส่วนใหญ่กลุ่มคนแรกๆที่ผู้บริหารอยากปั้นไปต่อ คือหัวหน้าทีมอาจจะเป็นทั้งเบอร์ 1/2 ของทีม หรือคนที่มีแววน่าจะเป็น Hi-Po <br>คิดในใจว่า พนักงานที่ผู้บริหารนึกถึงอยากให้มีการพัฒนาทั้งทักษะ และความพร้อมที่จะโตไปเป็นหัวหน้าที่ดี ช่างโชคดีแท้ ที่ผู้บริหารตั้งใจอยากทุ่มเท อยากเติมเต็มจุดแข็งของพวกเขา และพร้อมช่วยอุดรอยรั่วที่อาจเป็นจุดบอด (blind spots) ซึ่งบางครั้งคนเหล่านั้นอาจไม่รู้ตัวเอง</p><p>ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิธีการพัฒนาทีมงานของตัวเอง การเป็นผู้นำที่น่ารักทำให้คนในทีมรู้สึกอยากทำงานด้วย รู้สึกปลอดภัย (ไม่ใช่ทีมงานน้องๆมาขอนอกรอบคุยกับ CEO) <br>ซึ่งหลายคนไม่รู้ตัวเองว่าสิ่งที่เป็นตัวของเขาเอง หรือความเชื่ออะไรบางอย่าง พอแสดงออกมามากเกินไปอาจทำให้คนรอบข้างอึดอัด จนลุกลามไปถึงขั้น “ไปดีกว่า” ทำให้องค์กรอาจเสียคนที่ใช่ไปในเวลาที่สายไปเสียแล้ว</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*RZdB0h7DJPASUhI3" /><figcaption>Facebook อ. <a href="https://www.facebook.com/chadchartofficial?__tn__=-UC*F">ชัชชาติ สิทธิพันธุ์</a></figcaption></figure><p>ทำให้นึกถึงรูปนี้ที่อยู่ในหนังสือ Hidden Potential ของคุณ Adam Grant พูดถึง <strong>ภูเขาแห่งความโง่ (Mount Stupid) </strong>เป็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่า “Dunning-Kruger Effect” หรือ “คนที่รู้น้อยมักจะคิดว่าตัวเองรู้มาก”</p><p>เพจอ.ชัชชาติพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า เมื่อเราเริ่มมีความรู้ในบางเรื่องบ้าง หลายๆครั้งเราจะมีความมั่นใจมากเกินความรู้นั้น และติดอยู่บน “ภูเขาแห่งความโง่” (Mount Stupid) ไม่ฟังใคร คิดว่าเรารู้ดีที่สุด ยิ่งเราแวดล้อมด้วยคนที่คอยสนับสนุนเรา เออ ออกับเรา ประเภท “ได้ครับพี่ ดีครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน” อาการก็จะยิ่งหนัก จนกระทั่งถึงวันที่เราตระหนักถึงความไม่รู้ของเรา เราก็มีโอกาสที่จะลงจากยอดเขา และเรียนรู้ความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้น เราถึงจะพัฒนาตัวเองให้ไปสู่การเรียนรู้อย่างยั่งยืนได้</p><blockquote>ดังนั้นพอยิ่งตำแหน่งสูงขึ้น ยิ่งต้องคอยถามตัวเองว่า เราอยู่บนยอดดอยของความโง่ หรือเปล่า</blockquote><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*F2KKWEq0KfO5aRSKZlUkSQ.png" /></figure><p>การเป็นผู้นำที่คนในทีมอยากเดินตามด้วยหัวใจ ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีหลายองค์ประกอบโดยเฉพาะผู้นำที่ครบเครื่องควรจะมี 2 เรื่องที่ “ควรมี (have) ” และ “ควรเป็น (being)”</p><p>คุณจอห์น ซี แมกซ์เวลได้พูดไว้ว่า <strong>การเป็นผู้นำที่อยู่บนหัวใจคน ไม่ใช่อยู่บนหัวคน </strong>มีองค์ประกอบทั้งเรื่องทักษะ (Skills) และค่านิยม (Values) ที่มีคุณภาพควรจะมาคู่กัน แต่ถ้าไม่มีหรือบริหารจัดการตัวเองไม่ดีในมุมใดมุมหนึ่ง ก็อาจเกิดพฤติกรรม หรือตัดสินใจลงมือทำอะไรบางอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อคนในทีม</p><blockquote><strong>ทักษะดี &amp; ค่านิยมดี</strong>: ผู้นำยกระดับคนของพวกเขา<br><strong>ทักษะไม่ดี &amp; ค่านิยมดี</strong>: ผู้นำไม่สามารถช่วยเหลือคนของพวกเขาได้<br><strong>ทักษะดี &amp; ค่านิยมไม่ดี</strong>: ผู้นำจะหลอกใช้คนของพวกเขา<br><strong>ทักษะไม่ดี &amp; ค่านิยมไม่ดี</strong>: ผู้นำจะดึงคนของพวกเขาให้ต่ำลง</blockquote><p>#topview #talkwithCEO #stupidmoutain #leadership #blindspots</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=e9ff64656fb0" width="1" height="1" alt="">]]></content:encoded>
        </item>
    </channel>
</rss>