ในการใช้งาน Oracle Database จะมีการคิดคำนวณค่า License ตามจำนวน Socket หรือ Core ของอุปกรณ์ Hardware ทั้งหมด แต่ในส่วนของ Oracle Database Appliance ( ODA ) ที่เป็น Hardware ของ Oracle จะมีการคิดคำนวณค่า License ตามจำนวน Socket หรือ Core ตามที่เปิดใช้งาน ทำให้ค่า License ถูกกว่า
ในการใช้งาน Oracle Sun SPARC จะมีเทคโนโลยีที่ใช้ในการจำลอง Virtualization ที่เรียกว่า Logical Domains ( LDOM ) โดยแต่ละ Domain จะช่วยให้สามารถทำการ Migrate หรือ Scale ได้ง่ายขึ้น ในระหว่างที่ Application ยังทำงานอยู่ โดยไม่ตัดการเชื่อมต่อจาก Client & Application รวมถึงในเรื่องของ Security and Isolation
การตรวจสอบ Error ของ Database บน Oracle โดยปกติเราสามารถตรวจสอบ Error ที่พบได้จาก Automatic Diagnostic Repository ( ADR ) แต่จะไม่สะดวกในการเรียกดู Error ย้อนหลัง
ในกรณีที่เกิด Corrupt Data Block บน Oracle เราสามารถทำการ Recovery Data File ได้ จากไฟล์ Backup ของ RMAN ซึ่งเราจะมาจำลองการเกิด Corrupt Data Block ขึ้น ด้วยการ Change Seek ผ่านทาง dd command บน Linux
การ Tuning Parameter บน Recovery Manager ( RMAN ) จะเป็นการปรับแต่งพารามิเตอร์ที่ใช่ในการ Backup, Restore & Recovery โดย Default จะถูก Disable ไว้ ซึ่งเราสามารทำการ Enable ขึ้นมาใช้งาน รวมถึงการปรับแต่ง Device Type ทั้ง Disk ( Default ) และ SBT ( System Backup to Tape )
NTP ( Network Time Protocol ) เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการ Sync Time ของเครื่อง Server ทุกเครื่องภายใน Network ให้ตรงกันผ่าน Protocol UDP ซึ่งทำงานแบบ Client-Server หรือ Peer-to-Peer ด้วย Port 123 ถ้าหาก Sync Time ของเครื่องไม่ตรงกัน อาจจะทำให้ Application หรือ Database ทำงานผิดพลาดได้
โดยปกติการตรวจสอบ Tablespace Size บน DBA_TABLESPACE_USAGE_METRICS จะรวมพื้นที่ Block ของการ Auto Extend เข้าไปด้วย ซึ่งจะไม่ตรงกับ Size ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องตรวจสอบ Tablespace Size บน DBA_DATA_FILES จะเหมาะกับ Auto Extend มากกว่า
ในกรณีที่เราทำการ Remote Login บน Oracle ด้วย Privilege DBA มันจะทำการ Authentication กับ Password File ซึ่งถ้าหากหายไป จะทำให้ไม่สามารทำการ Remote Login หรือแม้กระทั่ง Grant Privilege DBA ให้กับ User ได้ จะต้องทำการ Create ใหม่
การตรวจสอบ Error Message ของ Database บน Oracle ซึ่งเมื่อเราทำการติดตั้ง Oracle Database จะติดตั้ง Utility ที่ช่วยในการอธิบาย Error Message ที่เกิดขึ้น โดยปกติจะดูรายละเอียดของ Error Message ผ่านทางเว็บ แต่เราสามารถเรียกดูผ่านทาง Command Line ได้เลย
ในกรณีที่เราทำการ Change Password บน Oracle เราควรจะทำการ Backup Password เดิมของ User นั้นเอาไว้ก่อน ซึ่งหากแก้ไขไปแล้วอาจทำให้ Application ที่ต่ออยู่ใช้งานไม่ได้ ซึ่ง Oracle จะเก็บเป็นค่า Hash ในเวอร์ชั่นเก่าอย่าง 10g และ 11g จะเก็บเป็นเลขฐาน 16 ส่วนเวอร์ชั่นใหม่ ก็จะเก็บเป็นแบบ SHA-1